มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 94 คน
วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 26 ฉบับที่ 9462 ข่าวสดรายวัน


พระปรีชาสามารถที่โลกกีฬาประจักษ์





ด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงชนะเลิศการแข่งขันกีฬาเรือใบประเภทโอเค ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 เมื่อปีพ.ศ.2510 และพระมหากรุณาธิคุณในการสนับสนุนการกีฬาอย่างแท้จริง

เป็นที่ประจักษ์ และเป็นที่เชิดชูขององค์กรกีฬาระดับโลก

ในการประชุมใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือไอโอซี ครั้งที่ 92 ที่ประเทศตุรกี สมาชิกที่เข้าร่วม 87 ชาติมีมติเป็นเอกฉันท์ทูลเกล้าฯ ถวายอิสริยาภรณ์โอลิมปิกชั้นสูงสุด (ทอง) แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเมื่อ 14 ธันวาคม พ.ศ.2530 ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับเกียรติดังกล่าว และเป็นการประกาศพระเกียรติคุณในด้านกีฬาของพระองค์ไปทั่วสากลโลก

ไม่เพียงเท่านี้ ปีพ.ศ.2543 คณะกรรมการโอลิมปิกสากลยังมีมติเป็นเอกฉันท์ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล "ลาลาลูนีส คัพ" ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2539 เพื่อเป็นสัญลักษณ์สูงสุดของคณะกรรมการโอลิมปิกสากลในการเชิดชู และประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลที่เคยเป็นนักกีฬาดีเด่น และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมโลก โดยยังไม่เคยมอบให้แก่ผู้ใดมาก่อน ครั้งนั้น นายฮวน อันโตนิโอ ซามารานซ์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และคณะ ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ และทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล "ลาลาลูนีส คัพ" เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2543 ณ พระตำหนัก เปี่ยมสุข วังไกลกังวล

นอกจากนี้ สภากีฬาโอลิมปิกแห่งเอเชีย หรือโอซีเอ มีมติเป็นเอกฉันท์ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเมอริต อวอร์ด แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นการประกาศเกียรติคุณด้านการกีฬา ที่พระองค์เป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์ในวง การกีฬา

ปีพ.ศ.2549 สมาคมคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ หรือแอนน็อก มีมติทูลเกล้าฯ ถวายอิสริยาภรณ์รางวัลแอนน็อก เมอริต อวอร์ด แด่พระบาทสมเด็จพระปร มินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งประกอบด้วยสร้อย พร้อมใบประกาศนียบัตรสลักพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งรางวัลดังกล่าวแอนน็อกจัดทำขึ้นสำหรับบุคคลหรือองค์กรที่อุทิศตนแก่กีฬาในระดับชาติ โดยจะพิจารณาในทุกๆ 2 ปี ปีดังกล่าวเป็นปีมหามงคลเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีอีกด้วย

ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ยังเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดย 9 มิถุนายน พ.ศ.2549 โจเซฟ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่าชาวสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวสดุดีพระองค์ทางโทรทัศน์ก่อนพิธีเปิดฟุตบอลโลก ที่เยอรมนี ซึ่งถ่ายทอดสดไปทั่วโลกว่า "ขณะที่เรากำลังเฉลิมฉลองพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 นับเป็นเวลาเดียวกับที่พระมหากษัตริย์ องค์ประมุขจากทั่วโลกเสด็จฯ ไปรวมกันเพื่อทรงร่วมเฉลิมฉลองการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในนามหมู่มวลสมาชิกฟุตบอลทั่วโลก ขอร่วมส่งใจถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพิเศษนี้ด้วยความเคารพเทิดทูนสูงสุดในฐานะที่ทรงเป็นมหาราช และทรงเป็นมหาบุรุษผู้ทรงงานเพื่อประชาชนอย่างไม่ทรงเหน็ด เหนื่อยมานานถึง 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่เปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการทรงเป็นนักประดิษฐ์ การทรงดนตรี ทรงประพันธ์เพลง ทรงวาดภาพ ทรงถ่ายภาพ และทรงเป็นนักกีฬาที่ยอดเยี่ยม ทรงได้รับเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาแหลมทองในประเทศไทยเมื่อพ.ศ.2510 จากกีฬาเรือใบประเภทโอเค ซึ่ง ต่อมาวันแห่งความหมายนี้ได้กลายมาเป็น ?วันกีฬาแห่งชาติ? 16 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่ทรงได้รับเหรียญทองจากการแข่งขัน เนื่องในโอกาสนี้ข้าพเจ้า และแฟนฟุตบอลทั่วโลก ขอถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประเทศไทย ขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"



ไม่เพียงเท่านั้น ฟรานช์ เบ๊กเค่นบาวเออร์ ประธานกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 และอดีตนักฟุตบอลระดับโลกยังได้กล่าวสดุดีพระเกียรติคุณของพระองค์ระหว่างพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกอีกว่า

"การแข่งขันฟุตบอลโลก เริ่มขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นวันเดียวกับการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประเทศไทยทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ขอถวายพระพรให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน นับเป็นความโชคดีที่พิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกได้เริ่มต้นขึ้นในวันเดียวกับวันแห่งมหามงคลนี้ และนี่คือคำถวายพระพรชัยจากชาวมิวนิก"

โดย นายโมฮัมเหม็ด บิน ฮัมมัม ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี ได้ถวายพระพรในโอกาสอันเป็นมหามิ่งมงคลนั้นว่า "นับเป็นโชคดีของคนไทยทั้งประเทศ ที่มีพระมหากษัตริย์อันประเสริฐยิ่ง ข้าพเจ้าและหมู่มวลสมาชิกชาวเอเชียขอถวายพระพรชัยมงคลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งประเทศไทย ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และขอให้ประชาชนชาวไทยมีความสุขทั่วทุกคน"

และสภามวยโลก (ดับเบิลยูบีซี) ซึ่งมีประเทศสมาชิก 161 ประเทศได้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงสนับสนุนการกีฬาของประเทศไทย โดยเฉพาะกีฬามวย จึงได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้จัดทำเหรียญรางวัลทองคำเกียรติยศสูงสุดขึ้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงพระองค์เดียว โดยมิเคยมอบให้แก่ผู้ใดมาก่อน เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2544 ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล นายโฮเซ่ สุไลมาน ประธานสภามวยโลกได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลทองคำ "โกลเดน ชายนิ่ง ซิมโบล ออฟ เวิลด์ ลีดเดอร์ชีพ"


หน้า 9



Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.