มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 88 คน
วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9641 ข่าวสดรายวัน


รัสเซียผวาไฟใต้ไทย-เตือนพลเมือง


สรุปป่วน รวม13จุด บึ้มพลาด ตายเอง2



บึ้มด่าน- จนท.ตรวจจุดเกิดเหตุด่านตรวจริมถนนบ้าน ม่วงหวาน ต.สาคอบน อ.มายอ จ.ปัตตานี ถูกคนร้ายปาระเบิดใส่ตร.และอส.บาดเจ็บ 2 นาย ในเหตุการณ์ถล่มป่วน 13 จุด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนวันที่ 19 เม.ย.

รัสเซียผวาก่อการร้าย 3 จังหวัดใต้ แจ้งเตือนพลเมืองในไทยห้ามอยู่ในที่คนพลุกพล่าน "บิ๊กป้อม"โต้ทันควันแค่ก่อความไม่สงบเท่านั้น ผบ.ทบ.ชี้กลุ่มก่อเหตุหวั่นไหวหลังแนวร่วมมอบตัวอย่างต่อเนื่อง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเตือนผู้ปกครองระวังบุตรหลานตกเป็นเหยื่อชักชวนก่อเกตุ วงจรปิดสถานีรถไฟที่นราฯจับภาพชัด 4 คนร้ายปาบึ้มทำอส.เจ็บ ส่วนสะบ้าย้อย สงขลา กลุ่มป่วนโดนระเบิดตายเอง 2 ศพ ถล่มบ้านผกก.กะพ้อไร้คนเจ็บ



ผบ.ทบ.รุดรายงานบิ๊กตู่

วันที่ 20 เม.ย. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล รายงานสถานการณ์ความรุนแรงเหตุคนร้ายก่อเหตุป่วนเจ้าหน้ารัฐและประชาชนหลายจุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.เฉลิมชัยให้สัมภาษณ์ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) ถึงเหตุรุนแรงดังกล่าวว่า กรณีที่เกิดเหตุการณ์ประมาณ 13 จุด ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย นราธิวาส ปัตตานี และสงขลา ภาพรวมเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความปลอดภัย การก่อเหตุของผู้ก่อเหตุรุนแรง เลือกเป้าหมายที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และเป็นเป้าหมายที่อยู่ในวิถีเส้นทางหลัก โดยใช้ยุทธวิธีโยนระเบิดเข้าไป เชื่อว่าเป็นการแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เนื่องจากมีการก่อเหตุพร้อมกันในหลายๆ พื้นที่ ส่วนความรุนแรงของเหตุการณ์นั้นถือว่าไม่มีผลเสียหายมากนัก

"จากการที่เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ท่านไม่ได้สั่งกำชับอะไร แต่ห่วงใยเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ จึงฝากให้ไปดูแล ถือว่าเป็นความโชคดี เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่รวมถึง เจ้าหน้าที่รัฐ" ผบ.ทบ.กล่าว



กอ.รมน.สรุปเหตุป่วนใต้

วันเดียวกัน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายพร้อมกันหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นการสร้างสถานการณ์ก่อกวนด้วยการใช้ระเบิดแสวงเครื่อง และประทัดยักษ์ขว้างใส่ฐานปฏิบัติการและจุดตรวจเจ้าหน้าที่ สรุปได้ดังนี้

พื้นที่เกิดเหตุ 12 อำเภอ 13 เหตุการณ์ ประกอบด้วย ปัตตานี 4 อำเภอ 4 เหตุการณ์ นราธิวาส 5 อำเภอ 6 เหตุการณ์ และสงขลา 3 อำเภอ 3 เหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย, เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 8 ราย และทรัพย์สินของทางราชการและพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง

ผู้เสียชีวิตทราบชื่อ 1.นายมะบีดี ลามะดอ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.6 บ้านกอแลปิและ ต.ปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี เป็นสมาชิกระดับแนวร่วมในพื้นที่ 2.นายมะซากี เจะเละ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/12 ม.5 ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เป็นสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรง ระดับหัวหน้าชุดปฏิบัติการ

ทั้งคู่เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์นำระเบิดแสวงเครื่องเข้าไปสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย แต่เกิดระเบิดขึ้นก่อน สำหรับรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุตรวจสอบพบว่าเป็นของนายรอมาลี แจ๊ะมะสอ อายุ 53 ปี เป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย เบื้องต้นให้การว่าให้นายมะซากี เจะเละ ยืมไปใช้งาน



เตือนลูกหลานตกเป็นเหยื่อ

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการและกับดักของความรุนแรง ซึ่งทุกคนล้วนเป็นลูกหลานของพี่น้องในพื้นที่ที่กลุ่มขบวนการได้หลอกลวงมาใช้ในการก่อเหตุเพื่อประโยชน์ของกลุ่มเท่านั้น โดยไม่เคยเข้ามารับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

ขอฝากเตือนให้ช่วยกันดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด อย่าหลงเชื่อการปลุกระดมและโฆษณาชวนเชื่อที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมาอย่างต่อเนื่องตลอด 13 ปีที่ผ่านมา

สำหรับเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าวคนร้ายก่อเหตุในช่วงเวลากลางดึกวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ในเวลาใกล้เคียงกัน โดยในพื้นที่ จ.สงขลา จุดแรกคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ขว้างระเบิดไม่ทราบชนิดใส่ป้อมตำรวจประตูทางเข้า สภ.จะนะ แต่โชคดีที่ระเบิดตกข้างป้อม ทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จุดที่สองคนร้ายยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 รวม 2 ลูก ถล่มจุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย บ้านนาจวก ม.2 ต.ท่าม่วง อ.เทพา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน คือน.ส.คอดีเย๊าะ ชีตือโม อายุ 28 ปี ชาวบ้านที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านจุดตรวจพอดี ถูกสะเก็ดระเบิดที่สะโพกข้างซ้าย



สะบ้าย้อยบึ้มตายเอง 2 ศพ

จุดที่สามเกิดเหตุระเบิดขึ้นบนถนนเส้นทางระหว่าง ม.5 ต.สะบ้าย้อย และ ม.1 ต.ธารคีรี ห่างจากฐานชุดคุ้มครอง ต.ธารคีรี ประมาณ 200 เมตร พบเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีดำ-น้ำตาล ทะเบียน ขกค 927 ปัตตานี ถูกแรงระเบิดฉีกกระจายเหลือแต่ซาก ข้างกันพบศพนายมะบีดี ลามะดอ และนายมะซากี เจะเละ ทั้งคู่เป็นแนวร่วมปฏิบัติการในพื้นที่ โดยนายมะบีดียังเป็น ชรบ. ม.6 บ้านกอแลบีเละ ต.ปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี รอบบริเวณยังพบชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์กระจายไปทั่ว เศษลูกปลายและเศษเหล็กเกลื่อนถนน คาดว่ามีน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม คาดทั้งคู่กำลังนำไปป์บอมบ์ไปขว้างใส่ฐานชุดคุ้มครอง ต.ธารคีรี แต่เกิดระเบิดขึ้นก่อนจนเสียชีวิตทั้งคู่

ต่อมา สภ.สะบ้าย้อย เชิญตัวนายมือลี เจะมะสอง อายุ 54 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย ผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุ นายมือลีให้การว่าเพื่อนยืมรถไปใช้ 3 วันแล้ว ตำรวจจะเร่งติดตามเพื่อนที่ยืมรถมาสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

พ.ต.อ.เอกกฤต วิริยะภาพ รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่ พฐ.9 ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และพนักงานสอบสวน ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุทั้ง 3 จุด รวบรวมพยานหลักฐานหาเบาะแสของคนร้ายรวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายทำงานเชื่อมโยงกันทั้งหมด แต่ละจุดมี 2 ทีม ขับรถจักรยานยนต์ 2 คัน มีผู้ก่อเหตุรวมกันอย่างน้อย 12 คน



ถล่มบ้านผกก.กะพ้อ

ส่วนที่ จ.ปัตตานี จุดแรกคนร้ายเป็นชาย 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะมาจากถนนสายกะรุบี-สายบุรี อ.กะพ้อ ก่อนจะขับเข้ามาทางด้านหลังบ้านพักพ.ต.อ.ประยงค์ โครตสาขา ผกก.สภ.กะพ้อ ซึ่งอยู่ในรั้วเดียวกับ สภ.กะพ้อ ก่อนขว้างระเบิดแสวงเครื่องใส่ตัวบ้านเสียหายบางส่วน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงใช้อาวุธปืนประจำกายยิงโต้ตอบ แต่คนร้ายหลบหนีไปได้

เวลาใกล้เคียงกัน คนร้ายขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ถล่มป้อมจุดตรวจร่วม 3 ฝ่ายบ้านม่วงหวาน ม.2 ต.สาคอบน ตั้งอยู่ริมถนนสายยะรัง-มายอ อ.มายอ ทำให้ตำรวจและ อส.บาดเจ็บ 5 นาย โดยส.ต.ท.บักกูรอซี บาโด ผบ.หมู่ ป.สภ.มายอ ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าหน้าอกและขาขวา และนายมูหะมัดยูดิน วาเตะ อส.อำเภอมายอ ถูกสะเก็ดที่ขาขวาและซ้าย อาการสาหัส ถูกส่งรักษาที่ร.พ.ปัตตานี ส่วนที่เหลืออีก 3 รายบาดเจ็บเล็กน้อย

ส่วนที่ สภ.บ้านโสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี คนร้าย 2 คนใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขว้างระเบิดใส่บ้านพักของตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สภ.บ้านโสร่ง ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่รถยนต์และบ้านพักเสียหาย

ขณะเดียวกัน ที่ อ.ยะรัง คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 และระเบิดชนิดขว้างอีก 3 ลูก ถล่มฐานปฏิบัติการ ร้อย.ทพ.2212 ฉก.ทพ.22 ริมถนนสายปัตตานี-ยะลา ต.ปิตูมุดี แต่โชคดีที่ระเบิดตกห่างจุดตรวจประมาณ 5 เมตร จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ พบคนร้ายซุ่มยิงจากป่าตรงข้ามฐานทำให้ไม่สามารถเล็งเป้าหมายได้ และเจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้จนคนร้ายต้องหลบหนีไป

พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.ภ.จว.ปัตตานี และทั้ง 4 โรงพักที่เกิดเหตุ สรุปสถานการณ์และผลความคืบหน้าทั้งตัวผู้ก่อเหตุและวัตถุพยานที่เก็บรวบรวมได้ส่งตรวจหาดีเอ็นเอเร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยพบว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยก่อเหตุลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าเมื่อวันที่ 6-7 เม.ย.ที่ผ่านมา และอาจจะมีแนวร่วมชุดใหม่มาเสริม เพื่อเป็นการทดสอบสภาพจิตใจก่อนที่จะเข้ามาร่วมขบวนการ



วงจรปิดนาทีปาบึ้มรฟ.

วันเดียวกัน พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ร่วมกับพ.ต.ต.ประจวบ นิ่มเรือง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เดินทางตระเวนตรวจสอบจุดเกิดเหตุในพื้นที่ ส่วนทางด้านการติดตามจับกุมกลุ่มคนร้าย โดยเฉพาะพื้นที่ อ.สุไหงปาดี กล้องวงจรปิดสถานีรถไฟโต๊ะเด็ง บันทึกพฤติกรรมของกลุ่มคนร้าย 4 คน แต่งกายด้วยชุดสีดำอาศัยความมืดแอบเดินลัดเลาะมาทางข้างบ้านพักของชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังของสถานีรถไฟ ใช้ระเบิดขว้างใส่ฐานปฏิบัติการ จากนั้นใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มซ้ำนานกว่า 5 นาที ก่อนที่จะอาศัยความมืดล่าถอยไป



รัสเซียผวาเตือนนักท่องเที่ยว

วันเดียวกัน น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย แจ้งว่าสำนักงานการท่องเที่ยวของรัสเซียออกประกาศผ่านทางเว็บไซต์ที่เป็นการแจ้งเตือนทั่วไปขอให้พลเมืองชาวรัสเซียหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่นหรือบริเวณที่มีสถานการณ์ไม่ปลอดภัย รวมถึงให้ติดตามข่าวสาร และขอให้คอยสังเกตพื้นที่ที่ตัวเองไปด้วย ว่าช่วงเวลาของการออกประกาศเชื่อมโยงกับช่วงเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนวันที่ 19 เม.ย. อย่างไรก็ดีพื้นที่ที่เกิดเหตุไม่ใช่พื้นที่ที่ชาวรัสเซียนิยมไปท่องเที่ยว อีกทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยสามารถควบคุมดูแลสถานการณ์ได้

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงหน่วยงานการท่องเที่ยวของรัสเซียเตือนนักท่องเที่ยวรัสเซียในประเทศไทยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการก่อการร้ายว่า เราไม่ได้อยู่ในข้อขัดแย้ง เราไม่ใช่เป้าหมายก่อการร้าย ส่วนใหญ่เป็นเพียงทางผ่านเเละเราเองก็ไม่มีช่องโหว่ ซึ่งตอนนี้ตนดูแลอยู่ทุกอย่าง มีความระมัดระวัง เเละมีการเตรียมกำลังทุกอย่างโดยเฉพาะในด้านการข่าวที่เรามีการบูรณาการทั้งหมด

เมื่อถามว่าต้องสอบถามไปยังสถานทูตรัสเซียหรือไม่ว่าทำไมต้องมีการออกประกาศเตือนภัย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นเหตุมาจากเหตุการณ์ระเบิด 13 จุดในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เพราะการแจ้งเตือนออกมาหลังเหตุระเบิด เเละในคืนที่เกิดเหตุก็เป็นเรื่องของการก่อความไม่สงบ ซึ่งตอนนี้เราจับได้แล้ว 1 คน หลังจากนี้จะมีการขยายผลออกไปว่าเป็นคนของกลุ่มใด พวกใด ทั้งนี้ ต้องเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมาด้วย (หน้า1,11 กรอบตจว.)


หน้า 1



Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.