มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 113 คน
วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9764 ข่าวสดรายวัน


ตั้งวอร์รูมรับ25สค. ตร.4พัน ฮ.3ลำ-รถขัง20คัน


วัฒนาได้ประกัน ตู่เปรยออก"กม." มีเมียได้คนเดียว ปลื้มชาวโคราช เชียร์นายกฯต่อ




เจ้าชายกบ - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. พูดคุยกับกบอย่างอารมณ์ดี พร้อมระบุ อยากเป็นเจ้าชายกบ ระหว่างพบปะประชาชน ที่ศูนย์เรียนรู้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 21 ส.ค.



บช.น.ตั้งวอร์รูม วาง 4 พันตร. รับ 25 ส.ค. พร้อม ฮ.3 ลำ รถคุมฝูงชน 20 คัน ใช้ 40 วงจรปิดจับตาคนปลุกปั่น "บิ๊กป้อม"เชื่อไม่มีป่วน "ตู่" นำครม.บินไปโคราช ปลื้มคนเชียร์เลือกเป็นนายกฯต่อ เปรยกำลังออกกฎหมาย มีเมียคนเดียวห้ามมีกิ๊ก "วัฒนา"ได้ประกัน กรธ.ยันยึดแยกเบอร์รายเขต



"บิ๊กตู่"นำครม.บินไปโคราช

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 1 จ.นครราชสีมา เพื่อลงพื้นที่จ.นครราชสีมา และการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ในวันที่ 21-22 ส.ค.

สำหรับการลงพื้นที่ของนายกฯ หน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัย ได้วางกำลัง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ทั้งในและนอกเครื่องแบบ 2,000 นาย กระจายกำลังทุกจุดที่นายกฯ ครม.ลงปฏิบัติภารกิจ รวมถึงจุดสูงข่มต่างๆ ทั้งนี้เมื่อพล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะเดินทางถึงจ.นครราชสีมา ได้เข้าสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีประชาชนมอบดอกกุหลาบสีขาวให้กำลังใจ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นอย่างละเอียดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด นอกจากนี้ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูสิ่งแปลกปลอมและป้ายไม่พึงประสงค์ด้วย



รปภ.เข้ม-ตร.ยืนแถวทุก 100 ม.

พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินลอดซุ้มประตูชุมพล และสอบถามว่าตรงไหนคือเขตในเมืองและนอกเมือง ก่อนสักการะศาลเจ้าพ่อไฟ (ฮ่วยติ) และเดินทักทายประชาชน ที่อยู่บริเวณรอบอนุสาวรีย์ ซึ่งประชาชนต่างตะโกน "รักลุงตู่" ขณะที่นายกฯ กล่าวขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์นำคณะเดินทางต่อไปยังศาลาอเนกประสงค์สวนสาธารณะเทศบาลต.หัวทะเล เพื่อพบปะและตอบข้อซักถามจากประชาชนในพื้นที่ พร้อมมอบเอกสารที่ดินทำกินด้วย เมื่อพล.อ.ประยุทธ์มาถึงมีประชาชนนำผ้าขาวม้ามาคาดเอวเป็นสัญลักษณ์คนอีสานให้กับนายกฯด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเส้นทางขบวนรถยนต์ที่นายกฯลงพื้นที่ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนแถวรักษาความปลอดภัยทุกระยะ 100 เมตร อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่ภาคอีสานครั้งนี้ของพล.อ.ประยุทธ์ได้ปรับกลยุทธ์ในการพบปะประชาชน จากปกติจะเป็นผู้บรรยายและมอบนโยบายต่างๆ แต่ครั้งนี้ใช้วิธีให้ชาวบ้านเสนอความเดือดร้อนและตั้งคำถาม โดยพล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้ตอบคำถามต่างๆ



ชี้คนขี้เบื่อ-ทำโพลคะแนนลด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการพบปะประชาชนที่มาต้อนรับกว่า 2,000 คน ว่า พ่อเป็นทหารที่โคราช แม่เป็นคนชัยภูมิ และในช่วงเช้าผู้ว่าฯ นำลอดประตูชัยพร้อมบอกว่า ถ้าเดินลอดประตูแล้วจะเป็นเขยคนโคราช ซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเพราะตนเป็นเขยคนกรุงเทพฯแล้ว หากเป็นอีกเขยก็ต้องเป็นเรื่องแน่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ประเทศเป็นของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้เพื่อปวงชนชาวไทย อย่าทะเลาะกันเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ได้อีกแล้ว และอย่าโทษว่ารัฐธรรมนูญไม่เป็นธรรม ต้องดูกฎหมายลูกด้วย ขณะที่การออกฎหมายต้องปฏิรูปใหม่โดยไม่ให้กฎหมายไปลิดรอนสิทธิประชาชน และไม่ใช่การบังคับ แต่ต้องสร้างความร่วมมือ ขอให้ทุกคนคิดให้เป็นเพราะทุกคนเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของบ้านเมือง และมีหน้าที่เลือกสรรนักการเมืองมาเป็นรัฐบาล มีหน้าที่ดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ให้ทุจริต

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ได้ทราบผลโพลแล้วไม่สบายใจ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ 67 เปอร์เซ็นต์ ไม่อยากให้มีทุจริต ส่วนอีก 33 เปอร์เซ็นต์ กลับบอกว่าโกงได้แต่ขอให้แบ่งปัน จึงอยากรู้ว่าโพลแบบนี้ทำที่ไหน ต้องไปหามา ตรงนี้ทำให้ตนท้อแท้ ส่วนอีกโพลก็บอกว่าคะแนนลุงตู่ลดลง แต่ไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะคนไทยมีนิสัยขี้เบื่อ



กองเชียร์ขอเลือก"นายกฯตู่"

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ถามประชาชนว่า ใครจะไปเลือกตั้งบ้างให้ยกมือ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ จึงกล่าวต่อว่า ไม่ต้องกลัวตน เพระสนับสนุนการเลือกตั้งอยู่แล้ว สนับสนุนให้ทุกคนไปเลือกตั้งเพื่อเลือกคนดี แต่ที่ผ่านมาได้คนห่วยมาตลอด เพราะคนดีไม่ได้ไปเลือก ส่วนจะเลือกใครนั้น อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนเอง แต่ขอร้องว่าอย่าเลือกผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ถามอีกว่าหากมีใครในใจให้ยกมือ ตอบมาสักคนว่าเลือกใคร มีประชาชนตะโกนว่า "เลือกนายกฯ" พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า ขอบคุณ เดี๋ยวพรุ่งนี้สื่อก็เล่นตนเละอีก แต่ไม่รู้จะเข้าไปได้อย่างไร ไม่ได้เลือกตั้ง ทุกอย่างเป็นเรื่องชะตากรรมของบ้านเมือง และตนก็ต้องรับชะตากรรมอยู่แล้ว ในเมื่อเข้ามาอยู่ตรงนี้แล้ว แต่ความหมายของการเลือกตั้งคือจะต้องได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล



ขออย่าหลงเชื่อคนพาไปติดคุก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนว่า คนไทยทั้งประเทศต้องได้รับการดูแลจากรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ไม่ใช่เลือกส.ส.มาแต่ไม่ได้อะไรเลย ขออย่ามองทุกอย่างเป็นเรื่องการเมืองอย่างเดียว ใครผิดถูกทะเลาะเบาะแว้งก็ปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัว คนไทยรักกันเหมือนที่ทุกคนรักตน ใครมารังแกตน พวกท่านก็ไม่ชอบ แต่ขอให้รักใครให้ถูกวิธี ถ้าตนทำผิดก็ไม่ต้องมารัก ไม่ใช่ชอบเสียอย่าง ผิดถูกก็ช่างมัน จะโกงหรือแบ่งกันก็ได้ แบบนี้ถือว่าผิดศีลธรรม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ประชาชนมีแววตาซื่อ จะไปหลอกอะไรไม่ได้ คนไทยมีความซื่อสัตย์ โอบอ้อมอารี ใครให้อะไรก็บอกว่าดี กลัวเสียน้ำใจ ซึ่งตนไม่ได้ว่าใคร แต่อย่าไปหลงเชื่ออีก อย่าให้เขาพาไปติดคุกอีก หลายคนที่ติดคุกถูกทิ้งอยู่ ไม่มีใครไปดูแล รู้สึกสงสารแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไรในเมื่อผิดกฎหมาย"



เปรยกำลังออกกฎหมายห้ามมีกิ๊ก

"อย่ามัวแต่สนใจข่าวดาราจะรักจะเลิกกัน ไม่ได้เกี่ยวกันเลย อยากให้เขากลับมาคืนดีกัน แต่ตัวเองผัวยังทิ้งอยู่เลย ใครผัวทิ้งมาบอกตน เรื่องนี้ผิดกฎหมายไม่ได้ กฎหมายให้มีเมียเดียว จะมีกิ๊กก็ไม่ได้ กฎหมายกำลังออก" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ยืนยันมาตลอดว่าไม่เคยคิดจะตัดค่ารักษาพยาบาลฟรี มีแต่จะทำให้ดีขึ้น ต้องหางบประมาณมากขึ้น ทางที่ดีควรต้องออกกำลังกายให้มาก และหาหมอให้หมอตรวจเท่าที่จำเป็นจะได้ลดภาระหมอ เพื่อหมอจะได้ไปตรวจคนไข้หนักที่รอคิวอยู่

"โรงสีที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยรัฐบาลฝากข้าวไว้ เสียค่าเช่า เราจะไปตรวจทั้งหมดว่าสร้างมาตอนไหน คุ้มค่าหรือไม่แล้ววันนี้ทำอะไร ทั้งโรงสีข้าวชุมชนและสหกรณ์ โรงสีพวกนี้รวยกันมาเท่าไหร่แล้ว ต้องเผื่อแผ่คนจนด้วย พรุ่งนี้ผมโดนด่าเละแน่ แต่ผมก็ต้องทำแบบนี้" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

รอเวลา - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เลือกซื้ออาหารสด ภายในห้าง สรรพสินค้าแถวบ้าน เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ขณะที่บช.น.สั่งตั้งวอร์รูมจับตาการตัดสินคดีจำนำข้าว วันที่ 25 ส.ค. โดยประเมินมีผู้มาให้กำลังใจ อดีตนายกฯ 3 พันคน



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่งพล.อ. ประยุทธ์ได้โชว์เหรียญย่าโม พร้อมกล่าวว่า วันนี้ตนพูดความจริงต่อหน้าย่าโม ก่อนกล่าวเป็นภาษาอีสานตอนหนึ่งด้วยว่า "คิดถึงกันบ้างเด้อ ทหารพูดอะไรโกหกไม่ได้ เป็นคำมั่นสัญญาที่ต้องการทำเพื่อประชาชน และเคยฟังเพลงกันหรือไม่ หรือคิดว่าขอเวลาอีกไม่นาน แต่ไม่ไปสักที ผมก็ไปตามขั้นตอน ไปได้ก็ไป อย่าไล่ผม ถ้าไล่ก็ยังไม่ไป"



จัดตร.4 พันนายดูแล 25 ส.ค.

ที่บช.น. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. (รับผิดชอบงานความมั่นคง) เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในวันที่ 25 ส.ค. ที่คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นจำเลย ว่า สำหรับกำลังที่ใช้รักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก โดยแยกเป็นกองร้อยควบคุมฝูงชนจากกองบัญชาการต่างๆ 24 กองร้อย กองร้อยละ 155 นาย รวม 3,700 นาย รวมทั้งฝ่ายสืบสวน (นอกเครื่องแบบ) และฝ่ายจราจร รวม 4,000 นาย



ฉุนรปภ.ปล่อยคนบุกประชิดตัว

ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์และครม.บางส่วนได้รับประทานอาหารกลางวันและประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 20 จังหวัด ผู้แทนภาคเอกชน และผู้บริหารท้องถิ่นในภาคอีสาน โดยวาระการหารือเป็นการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาภาคอีสาน ที่หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นข้าราชการได้เข้ามาให้กำลังใจและขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกับนายกฯและคณะ ก่อนที่นายกฯ จะไปตรวจเยี่ยมการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และการบริหารจัดการน้ำของจ.นครราชสีมา ทั้งระบบที่อ่างเก็บน้ำบึงกระโตน อ.ประทาย รวมทั้งเยี่ยมชมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ และพบปะประชาชน ที่ศูนย์การเรียนรู้และขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านหนองขี้เหล็ก อ.โนนแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพล.อ.ประยุทธ์รับประทานอาหารกลางวัน ขณะออกจากห้องรับรอง มีนายสมพร จันทรังสี เดินเข้าประชิดตัวพร้อมหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลซึ่งที่มุมซองมีโลโก้ระบุข้อความว่า "คนอีสานสีแดง" ยื่นให้พล.อ.ประยุทธ์ โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้รับเอกสารไว้ พร้อมอ่านหน้าซองก่อนจะพับเก็บไว้โดยไม่พูดอะไร อย่างไรก็ตามหลังนายสมพรบุกเข้าประชิดตัว พล.อ.ประยุทธ์แสดงท่าทีไม่พอใจทีม รปภ.ที่ปล่อยให้คนเข้ามาประชิดได้



โชว์มุข"จะเป็นเจ้าชายกบ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้และขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านหนองขี้เหล็ก พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้หญ้ากับวัวในโครงการ พร้อมกล่าวว่า "อยู่ในคอกเดียวกันอย่าทะเลาะกันนะลูก" นอกจากนั้นยังปล่อยมุขคุยกับกบเลี้ยง 2 ตัว ที่ชาวบ้านนำมาให้ว่า "ชาติหน้าขอให้เกิดมาเป็นกบตัวเมีย ผมจะได้เป็นเจ้าชายกบ" ก่อนจะคืนให้กับเจ้าของ พร้อมกำชับเจ้าของว่าอย่าเอาไปต้มกินแกล้มเหล้า

พล.อ.ประยุทธ์และคณะยังได้เดินทางไปพบปะชาวบ้านต.วังหิน ประมาณ 200 คน ที่ศาลาอเนกประสงค์บ้านหนองขี้เหล็ก โดยทันทีที่มาถึง พล.อ.ประยุทธ์หันมายิ้มพร้อมพูดกับผู้สื่อข่าวว่า "ฉันดีใจ มีความสุข ฉันชอบ ชีวิตชอบมาแบบนี้"

จากนั้นเดินทางมายังตลาดชุมชนโนนแดง เพื่อพบปะประชาชนพร้อมสอบถามว่าสินค้าที่นำมาขาย ขายได้หรือไม่ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ซื้อเสื่อให้รองนายกฯและครม.คนละ 1 ผืน ในราคาผืนละ 600 บาท ซื้อหมอนและกระเป๋า พร้อมบอกว่า "หากขายไม่ดีก็ให้ไปทำอย่างอื่น"

ทั้งนี้ก่อนเดินทางกลับ พล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับให้พ่อค้า-แม่ค้าที่มาขาย หากขายของไม่หมดก็ให้แลกสินค้ากัน เพื่อที่จะไม่ต้องนำของกลับบ้าน



ป้อมมั่นใจ 25 ส.ค.ไม่ปั่นป่วน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ช่วงใกล้วันที่ศาลฎีกาฯจะพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าว ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ว่า ฝ่ายความมั่นคงยังคงมั่นใจว่าสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงวันที่ 21-25 ส.ค.นี้ จะไม่มีปัญหาหรือการสร้างความปั่นป่วนใดๆ เกิดขึ้น จะไม่มีสถานการณ์วุ่นวายปั่นป่วนเกิดขึ้นแน่นอน เมื่อถามว่าได้ประเมินด้วยหรือไม่ว่าสถานการณ์หลังวันที่ 25 ส.ค.จะเป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ ไม่แน่ใจเช่นกัน

เมื่อถามว่ามีปัจจัยอะไรจึงทำให้มั่นใจเช่นนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "ไม่มีก็ไม่มี คนจะมาเยอะอย่างไรในวันนั้น ผมมั่นใจว่าเขาจะไม่ได้มาเพื่อปั่นป่วน จะมาก็มา ถ้าจะมีคนป่วน ก็มีเพียงไม่กี่คน"

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคสช. เปิดเผยว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคสช. กำชับการดูแลความเรียบร้อยในวันตัดสินคดีจำนำข้าววันที่ 25 ส.ค.นี้ โดยตำรวจจะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ดูแลในภาพรวมภายใต้การใช้กฎหมายปกติ โดยมีกระทรวงมหาดไทยและกกล.รส.ให้การสนับสนุน ทั้งนี้ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่าจะมีประชาชนมาร่วมรับฟังในวันนั้น 3,000-3,500 คน อาจทำให้พื้นที่โดยรอบเกิดความไม่สะดวกในบางเรื่อง อาทิ ปัญหาจราจร สภาพอากาศ ความแออัดของพื้นที่ รวมทั้งกระบวนการอ่านคำพิพากษาอาจใช้ระยะเวลานาน จึงกำชับเจ้าหน้าที่เตรียมการรองรับให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ ดูแลไม่ให้ทำผิดกฎหมายในทุกด้าน เพื่อให้เหตุการณ์มีความเรียบร้อยที่สุด อย่างไรก็ตามในสัปดาห์นี้ สำนักเลขาธิการคสช.จะไม่จัดประชุมในเรื่องดังกล่าวอีก



ระดมฮ.3 ลำ-รถคุมฝูงชน 20 คัน

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่กำหนดเขตศาลประมาณ 15,995 ตารางเมตร ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เปิดโล่ง เปิดเป็นพื้นที่สำหรับประชาชนที่มาให้กำลังใจประมาณ 1,500 ตารางเมตร ประเมินประชาชนที่มาให้กำลังใจประมาณ 3,000 คน ส่วนที่เหลือทางเจ้าหน้าที่จึงต้องจัดวางกำลังนำแผงเหล็กมากั้นขอบเขตไว้เพื่อมิให้รุกล้ำเข้าไปในเขตอำนาจศาล จึงต้องมีการวางกำลังไว้จำนวนมากควบคู่กับแผงเหล็กเนื่องจากเป็นพื้นที่โล่ง เพื่อรักษาความปลอดภัยสถานที่มากที่สุด พึงระวังบุคคลที่สามและเป็นการป้องกันเหตุจากผู้ไม่หวังดี พร้อมในวันดังกล่าวโดยรอบจุดที่ประชาชนมารอให้กำลังใจและรอบๆ ตัวอาคารศาลจะติดตั้งกล้องวงจรปิด 40 ตัว เพื่อบันทึกภาพหากมีบุคคลบุกรุกและฝ่าฝืนยุยงปลุกปั่นเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย ก็จะมีหลักฐานเพื่อออกหมายจับภายหลัง

รอง ผบช.น.กล่าวอีกว่า ด้านการรักษาความปลอดภัย ได้นำเครื่องวอล์กทรู 3 เครื่องมาติดตั้งบริเวณจุดคัดกรองโดยรอบ พร้อมรถควบคุมฝูงชน 20 คัน เฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ รถพยาบาล 4 คัน เป็นต้น



เผยพิพากษาคดีบุญทรงก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 ส.ค. ตำรวจได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณศาลไว้แล้ว โดยจะเปิดให้นำรถเข้าบริเวณศาลเพียงทางเดียว คือทางเข้าหลักศูนย์ราชการฯ บริเวณข้างศาลปกครอง ส่วนทางเข้าอื่นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะกั้นทางเพื่อการตรวจสอบ โดยรถข่าวของสื่อมวลชนที่ไม่ใช่รถโมบายถ่ายทอดสดที่จะนำเข้ามาบริเวณศาลต้องแจ้งทะเบียนรถล่วงหน้า เพื่อเจ้าหน้าที่ศาลส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ พร้อมกับรายชื่อผู้สื่อมวลชนที่ได้ยื่นกันมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยกำหนดสื่อเข้ารับฟังในห้องพิจารณาคดีได้เพียงสำนักละ 1 คน

แหล่งข่าวจากศาลยุติธรรมระบุในวันดังกล่าวตามที่มีการนัดคู่ความของทั้งสองคดีมาในช่วงเช้า จำเลยทั้งหมดต้องเข้าห้องพิจารณาคดี โดยองค์คณะผู้พิพากษาจะเริ่มอ่านคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ซึ่งเป็นคดีการระบายข้าวจีทูจี ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวกเป็นจำเลยก่อน ส่วนปัญหาที่ว่าคดีระบายข้าวจีทูจีมีจำเลยจำนวนมาก หากวันดังกล่าวมีจำเลยไม่ได้มาฟังคำพิพากษานั้นองค์คณะสามารถจะอ่านคำพิพากษาได้ในวันนั้นเลย เนื่องจากคดีนี้มีจำเลยที่ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวอยู่ ก็สามารถอ่านคำพิพากษาเฉพาะที่มีตัวได้เลย ส่วนเวลาในการเริ่มอ่านและความยาวของคำพิพากษานั้นไม่สามารถระบุได้เนื่องจากในวันดังกล่าวองค์คณะจะทำคำวินิจฉัยส่วนตนมาและประชุมทำคำพิพากษากลาง ในวันที่อ่านคำพิพากษาเลย ส่วนจำเลยที่ไม่มาฟังคำพิพากษาก็เท่ากับหลบหนี ขั้นตอนก็จะออกหมายจับและปรับนายประกันตามสัญญาประกันที่เคยทำไว้



วัฒนาพบเจ้าหน้าที่"ปอท."

ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอท.เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม

ต่อมาที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท. กฤช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา พนักงานสอบสวนกองกำกับการ 3 บก.ปอท. มายื่นคำร้องขออำนาจศาลฝากขังนายวัฒนา ผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค.- 1 ก.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานอีก 5 ปาก และเสนอสำนวนการสอบสวนให้ผู้บังคับบัญชาระดับผบ.ตร.พิจารณาสั่งคดี โดยในท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีความมั่นคง มีอัตราโทษอย่างสูงเกิน 3 ปี และผู้ต้องหามีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันซ้ำหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน



อนุมัติฝากขัง-แต่ให้ประกัน

ศาลพิจารณาคำคัดค้านของนายวัฒนา ที่พนักงานสอบสวน ปอท.ยื่นฝากขังครั้งแรก ได้มีคำสั่งยกคำคัดค้านของนายวัฒนา โดยศาลอนุญาตให้ฝากขังนายวัฒนาได้ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน ปอท. เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. - 1 ก.ย.

ต่อมาศาลอาญาได้พิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์ของนายวัฒนาที่ขอปล่อยชั่วคราวแล้ว จึงมีคำสั่งให้ปล่อยตัวนายวัฒนา ผู้ต้องหาคดีปลุกปั่นและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในชั้นฝากขังนี้ โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยมิได้กำหนดเงื่อนไขการประกันตัวแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพนักงานสอบสวน ปอท.ยื่นคำร้องฝากขังที่ห้องงานรับฟ้องฝากขังชั้น 2 นายวัฒนาได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายทอดสดเฟซบุ๊กไลฟ์ โพสต์ลงใน เฟซบุ๊กส่วนตัวความยาวประมาณ 5 นาที จึงถูกศาลเรียกตัวมาไต่สวน เนื่องจากศาลมีข้อกำหนดห้ามบุคคลถ่ายภาพภายในอาคารศาลเผยแพร่



โดนคดีละเมิดศาลเหตุโพสต์ไลฟ์

นายวัฒนายอมรับว่าได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ ซึ่งต่อมาได้เผยแพร่ลงในสังคมออนไลน์ ศาลเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำไปโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสมและไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันเป็นการละเมิดอำนาจศาลตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30, 31 และประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลจึงให้จำคุก 1 เดือน และปรับ 500 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี และให้ผู้ถูกกล่าวหาลบโพสต์ในเฟซบุ๊กดังกล่าวด้วย ภายหลังศาลมีคำสั่งแล้วนายวัฒนาได้ชำระค่าปรับ 500 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการตัดสินข้อกล่าวหานายวัฒนาละเมิดอำนาจศาลจาก การเฟซบุ๊กไลฟ์บริเวณศาลโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ถือเป็นคดีแรกที่เคยมีการกล่าวหาและลงโทษผู้ที่กระทำ หลังจากปัจจุบันสื่อ โซเชี่ยลมีเดียได้รับความนิยมแพร่หลาย



อจ.โวยเรียกจับเวทีวิชาการ

ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) นายเกรียงศักดิ์ เชษฐพัฒนวนิช อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ นายชูศักดิ์ วิทยาภัค อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มช. และนายไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ กรณีนายชยันต์ วรรธนะภูติ ผอ.ศูนย์ภูมิภาคด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มช. จัดเวทีประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษา ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา แล้วถูกสภ.ช้างเผือก ออกหมายเรียกฐานฝ่าฝืนคำสั่งคสช. จัดชุมนุมเกิน 5 คนโดยไม่ได้รับอนุญาต

แถลงการณ์ระบุว่า ทางภาคีเครือข่ายต่างๆ รู้สึกตกใจและผิดหวังกับการแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว ซึ่งการประชุมวิชาการไทยศึกษานานาชาติ ถือเป็นเวทีวิชาการหลัก มีนักวิชาการทั้งจากในและระหว่างประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ การกระทำของเจ้าหน้าที่สร้างความหวาดกลัวและละเมิดกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ไม่ปฏิบัติตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อีกทั้งการถือป้ายมหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร ถือเป็นกิจกรรมเล็กน้อย การออกหมายเรียกดังกล่าว จึงไม่สมเหตุสมผล คุกคามเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ขอเรียกร้องให้ถอนการแจ้งความและยุติการคุกคามเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น เนื่องจากไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางการเมือง



ประท้วง-เดินเท้าพบตร.

วันเดียวกัน นายชยันต์ กล่าวว่า ข้อกล่าวหาที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแจ้งมานั้น ไม่มีความชัดเจน ไม่ได้เป็นไปตามที่กล่าวหา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับความเป็นจริงมันคนละเรื่องกัน กลายเป็นว่าการแสดงออกระหว่างการจัดประชุมทางวิชาการถูกตีความกลายเป็นเรื่องนอกเหนือตัวบริบทของมัน ส่วนการเดินทางไปพบกับฝ่ายความมั่นคงนั้น ตนคงยังไม่ไปในตอนนี้ โดยมารับทราบข้อกล่าวหาผ่านพนักงานสอบสวน ซึ่งตนจะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรแก้ข้อกล่าวหาต่อไป

โดยนายชยันต์ พร้อมด้วยนายชัยพงษ์ สำเนียง, นางภัควดี วีระพาสพงษ์, นายธีรมล บัวงาม และนายนลธวัช มะชัย ซึ่งถูกออกหมายเรียก ได้เดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ชาวเขาไปยัง สภ.ช้างเผือก เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก โดยมีกลุ่มนักวิชาการ นักศึกษาและประชาชนกว่า 150 คน มายืนคอยให้กำลังใจ ทั้งนี้หลังเข้าพบพนักงานสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง

นายสุมิตรชัย หัตถสาร ผอ.ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น ในฐานะทนายความ เปิดเผยว่า เบื้องต้นทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ และจะให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง โดยพนักงานสอบสวนนัดสอบสวนอีกครั้งในวันที่ 1 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น. แต่ระหว่างนี้ทั้งหมดสามารถยื่น คำให้การและหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมส่งให้กับทางพนักงานสอบสวนได้



กรธ.ยันยึดแยกเบอร์รายเขต

ที่รัฐสภา นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงถึงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญของ กรธ. 5 ฉบับว่า ล่าสุด กรธ.จะส่งร่างกฎหมายว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ ซึ่งได้ซักถามคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ว่า ตัวร่างมีจุดต้องแก้ไขอย่างไร ทั้งนี้ในส่วนของ คตง.จะไม่เซ็ตซีโร่ เนื่องจากได้สรรหาโดยใช้หลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว เว้นแต่ผู้ว่าฯ สตง. จะต้องให้ คตง.ชุดที่จะเข้ามาทำงาน เป็นผู้สรรหาตัวผู้ว่าฯ สตง.

นายอุดม กล่าวว่า ส่วนร่างกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้กรธ.พิจารณาเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างส่งตัวร่างให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา และหากพิจารณาเสร็จก็จะส่งกลับมายัง กรธ. คาดว่ากรธ.จะส่งให้ สนช.ได้ภายในเดือนก.ย.นี้ โดยกรธ.ยืนยันว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะดำรงตำแหน่งหลังจากร่างกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ จะต้องไม่มีคุณสมบัติขัดกับรัฐธรรมนูญปี 2560

นายอุดมกล่าวต่อว่า ส่วนอีก 3 ฉบับ คือ ร่างกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ปรับแก้เนื้อหา หลังจากหารือกับป.ป.ช.แล้ว อยู่ระหว่างการทบทวนความถูกต้อง เพื่อเสนอต่อสนช.เป็นฉบับถัดไป ขณะที่ร่างกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ทั้ง 2 ฉบับ กรธ.ยืนยันตามหลักการที่ได้หารือในหลักการที่ จ.ระยองเมื่อวันที่ 3-6 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยร่างกฎหมายว่าด้วยส.ส. ยังคงให้เป็นแยกเบอร์ผู้สมัคร ส.ส.เป็นรายเขต ส่วนร่างกฎหมายว่าด้วยที่มาของส.ว. ยังใช้วิธีการเลือกไขว้ 20 กลุ่มอาชีพ ในการสรรหา 200 คน คาดว่าทั้ง 2 ฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับสำคัญ ที่จะต้องพิจารณาอีกครั้งภายในเดือนก.ย.นี้



ศาลรธน.นัดถกปม34สนช.ร้อง

นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลธรรมนูญ ในฐานะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องจากประธานสนช.ที่ส่งความเห็นของสมาชิกสนช. 34 คน ขอให้วินิจฉัยร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน มีเนื้อหาขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในประเด็นที่สนช.มีมติให้ผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งจนครบวาระ ซึ่งน่าจะขัดมาตรา 273 ที่บัญญัติให้การดำรงตำแหน่งต่อไปเพียงใด หากเป็นไปตามร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่น่าจะหมายถึงอยู่จนครบวาระ โดยจะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 23 ส.ค.นี้ ศาลจะพิจารณาว่าจะรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำร้องดังกล่าวถือเป็นคำร้องแรก ที่สนช.ใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 (1) ที่ให้สมาชิกสนช.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ เข้าชื่อเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.มีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ



นัดไต่สวนธาริตหมิ่น"มาร์ค-เทือก"

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจหลักฐานในคดีหมายเลขดำที่ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อดีตหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล พนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 157 และ 200

วันนี้จำเลยทั้งสี่ ทนายความจำเลย และทนายความโจทก์เดินทางมาศาล อย่างไรก็ตาม นายธาริต จำเลยที่ 1 เดินทางมาศาลและกลับออกจากศาลบริเวณด้านหลังอาคารหลบเลี่ยงสื่อมวลชน

ศาลได้สรุปคำฟ้องและอธิบายข้อกล่าวหา โดยจำเลยทั้งสี่ขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา คดีนี้ในชั้นไต่สวนศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกฟ้อง แต่ศาลฎีกามีคำสั่งกลับให้รับฟ้อง คดีมีมูลตามข้อกล่าวหา ทนายความโจทก์แถลงต่อศาลขอนำพยานโจทก์เข้าเบิกความ ประกอบด้วยนายอภิสิทธิ์, นายสุเทพ เและนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสมช. พร้อมพยานอื่นเพิ่มเติม ซึ่งเป็นทหารและพลเรือนที่ออกคำสั่งในเหตุการณ์ รวม 8 ปาก ใช้เวลา 5 นัด

ทนายจำเลยแถลงขอนำพยานจำเลยเข้าเบิกความ รวม 13 ปาก ใช้เวลา 8 นัด เพื่อนำสืบข้อเท็จจริงเหตุที่จำเลยแจ้งข้อกล่าวหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผลกับโจทก์ เนื่องจากที่ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งไต่สวนการตายว่ามีผู้ชุมนุมถูกกระสุนจากทหาร หากจำเลยไม่แจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวอาจถูกกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้สืบพยานบุคคลตามที่เสนอ โดยนัดสืบพยานโจทก์ รวม 5 นัด ในวันที่ 6-9 และ 13 มี.ค. 2561 เวลา 09.00 น. นัดสืบพยานจำเลย รวม 8 นัด ในวันที่ 27-30 มี.ค. 2561 และ 24-27 เม.ย. 2561 เวลา 09.00 น. สามารถขอเพิ่มเติมพยานได้ โดยกำชับว่าหากต้องการเพิ่มเติมให้ระบุบัญชีพยานแต่เนิ่น และให้จำเลยทั้งสี่มาศาลตามนัด (หน้า 1,10-11)


หน้า 1



Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.