มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 68 คน
วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9728 ข่าวสดรายวัน


คนสนิทโต้ลือป๋าป่วย


สนช.แฉเอง-กมธ.สอดไส้ ย้อนหลังคดีนักการเมือง




นายทหารคนสนิทโต้ข่าวลือ "ป๋าเปรม" ป่วยเข้าโรงพยาบาล ยืนยันสบายดี พักอยู่บ้านสี่เสาเทเวศร์ "จาตุรนต์"ชี้สัญญาประชาคมไม่ช่วยแก้ปัญหาขัดแย้ง อัดกม.คดีอาญานักการเมือง ส่อทำลายระบบยุติธรรม ด้านเพื่อไทยเตือนระวังดาบคืนสนอง ขณะที่ประชาธิปัตย์ประกาศหนุน มั่นใจการไต่สวนลับหลัง-ไร้อายุความจะช่วยปิดช่องหนีคดี ด้านกรธ.เมินเสียงติง อ้างแค่เสียงส่วนน้อย ปูดกม.ฉบับนี้สอดไส้ให้ย้อนหลังในชั้นกมธ. สนช.ลั่นไม่มีวาระซ่อนเร้น ท้า "ทักษิณ" กลับมาสู้คดี โพลหนุน "ปู-มาร์ค" นั่งหัวหน้าพรรค เผยชาวบ้านเชียร์ "ปู" เป็นนายกฯ มากกว่า"สุดารัตน์" เพื่อไทยข้องใจ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ใช้งบ 9 แสนล้านทำอะไรบ้าง เหตุประชาชนยังเดือดร้อนอยู่ จี้ "บิ๊กตู่-สมคิด" รับผิดชอบหากพบทุจริต



คนสนิทโต้ข่าวลือ"ป๋า"ป่วยเข้าร.พ.

วันที่ 16 ก.ค. พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าพล.อ.เปรมเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธว่า สื่อไปเอาข่าวมาจากไหน ตนขอยืนยันว่าเป็นข่าวลือ ปกติพล.อ.เปรมจะเข้ารับการรักษาและตรวจร่างกายตามวงรอบที่ร.พ.พระมงกุฎเกล้าเท่านั้น และตอนนี้พล.อ.เปรมก็สบายดี ซึ่งยังคงพักอยู่ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ โดยไม่ได้เข้าร.พ.แต่อย่างใด

ด้านนายทหารคนสนิทพล.อ.เปรมอีกคนก็ยืนยันเช่นเดียวกันว่า มีข่าวลือว่าพล.อ.เปรมเข้ารับการรักษาตัวที่ร.พ.วิชัยยุทธตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะพล.อ.เปรมสบายดี ส่วนที่ต้องไปร.พ. ก็มีเพียงร.พ.พระมงกุฎเกล้า เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกายตามวงรอบ อาทิ การตรวจฟัน ซึ่งตอนนี้พล.อ.เปรมไม่ได้ป่วยหรือต้องเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.



ชง"ตู่"นัดวันแถลงสัญญาประชาคม

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ในคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวถึงการเปิดเวทีสาธารณะ 4 ภาค วันที่ 17-20 ก.ค. เชิญประชาชนกลุ่มต่างๆ เข้าร่วมรับฟังร่างสัญญาประชาคมว่า เป็นการชี้แจงทำความเข้าใจถึงเนื้อหาร่างสัญญาประชาคม ซึ่งคล้ายๆกับการเสวนา หากประชาชนอยากสะท้อนความคิดเห็นอย่างไร เราก็จะรับฟัง จากนั้นจะนำข้อคิดเห็นจากทั้ง 4 ภาคเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอีกครั้ง เพื่อปรับความสมบูรณ์ ส่วนจะผนวกเข้าไปในร่างสัญญาประชาคมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ แต่คิดว่าตัวร่างน่าจะสมบูรณ์แล้ว

พล.ต.คงชีพกล่าวว่า จากนั้นเสนอคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.) ชุดใหญ่ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะเป็นผู้พิจารณาวันที่ เหมาะสม เพื่อเผยแพร่ร่างสัญญาประชาคมและแถลงให้ประชาชนรับทราบอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ร่างสัญญาประชาคมแม้จะไม่ได้บังคับใช้เป็นกฎหมาย แต่เป็นสิ่งที่ควรยึดถือและปฏิบัติ ต้องยอมรับความแตกต่างทางความคิด เคารพและไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนอื่น ภายใต้กรอบกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ที่สำคัญห้ามสร้างเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความแตกแยกและความเกลียดชังในสังคม



"อ๋อย"เชื่อไม่ช่วยแก้ปมขัดแย้ง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นต่อร่างสัญญาประชาคมจากประชาชนว่า เท่าที่ดูจากกระบวนการเปิดรับฟังความเห็นมาตั้งแต่ต้นยังมีจุดอ่อนและข้อบกพร่องมาก เพราะผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความขัดแย้งและการปรองดองไม่ได้มีส่วนร่วม หรือได้หารือกันอย่างเท่าเทียม และไม่มีองค์กรหรือกรรมการอิสระใดจะมาวิเคราะห์ข้อมูลและความเห็นต่างๆที่มีอยู่ เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอต่อคณะกรรมการ จึงคิดว่าสัญญาประชาคมที่จะร่างขึ้นมานั้นไม่น่าแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ การไปลงนามในสัญญาประชาคมของพรรค การเมือง นักการเมือง หรือผู้ที่เคลื่อนไหวทางการเมือง จึงไม่มีประโยชน์

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่มีการพูดถึงต้นเหตุความขัดแย้งในอดีต รวมทั้งสิ่งที่คณะกรรมการต่างๆ เคยตั้งและศึกษาไว้ก่อน เช่น เรื่องกระบวนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ที่สำคัญคือไม่มีการพูดถึงบทบาทของกองทัพและกลไกของรัฐที่ไม่ร่วมมือกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และมาสร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งเพื่อให้ตัวเองเข้ามาเป็นอัศวินม้าขาว สิ่งเหล่านี้ไม่เคยมีการพูดคุยในกระบวนการสร้างปรองดอง จึงไม่มีหลักประกันว่าปัญหาในอดีตจะไม่เกิดขึ้นอีก ดังนั้น สัญญาประชาคมที่จะร่างขึ้นมาคง ไม่ครอบคลุมปัญหาเหล่านี้ ในเมื่อไม่ครอบ คลุมแล้วไปเรียกคนมาลงนาม เมื่อลงนามแล้วจึงมาบอกกับสังคมว่ามีคนลงนามแล้วและจะนำไปสู่การแก้ปัญหาขัดแย้งได้ ถ้าเช่นนั้นจะกลายเป็นว่าไม่พูดความจริงกับประชาชน



อัดกม.คดีอาญา-จ้องล้างแค้น

นายจาตุรนต์กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า การออกกฎหมายฉบับนี้ขัดกับหลักกฎหมายทั่วไปและหลักความยุติธรรมหลายเรื่อง ทั้งหลักการคุ้มครองผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญาที่ต้องมีสิทธิสู้คดีด้วยตนเอง และออกกฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ เลือกใช้เฉพาะกับนักการเมือง ไม่รวมคนในอาชีพอื่นหรือคดีประเภทอื่น เช่น การค้ายาเสพติด เห็นชัดว่าจงใจเลือกปฏิบัติ อีกทั้งการออกและใช้กฎหมายย้อนหลังให้เป็นโทษจะทำไม่ได้เฉพาะในการลงโทษทางอาญาเท่านั้น แต่ความเป็นจริงกลับเลือกวิธีพิจารณาความอาญา หรือการออกกฎหมายและให้ไปมีให้โทษร้ายแรง ซึ่งในทางสากลถึงว่าทำไม่ได้

นายจาตุรนต์กล่าวว่า การออกและใช้กฎหมายเพื่อจัดการกับบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือกลุ่มบุคคลใด เพื่อประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่คำนึงว่าจะทำลายระบบยุติธรรมของประเทศแบบนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ต่อเนื่องมาจากปี 2548 ที่ออกกฎหมายย้อนหลังยุบพรรคไทยรักไทย และเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของนักการเมืองจำนวนมาก จากนั้นตั้งคตส.ตรวจสอบและนำผลมาใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินคดีกับนักการเมือง ซึ่งแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม การใช้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งมาจากคณะรัฐประหาร ที่ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ไปถอดถอนนักการเมืองโดยที่รัฐธรรมนูญถูกฉีกและนักการเมืองคนนั้นพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว มีจุดหมายเดียวกันกับการออกกฎหมายฉบับนี้



ลั่นทำลายระบบยุติธรรม

"กระบวนการอย่างนี้ที่ทำต่อเนื่องมาได้ทำลายระบบยุติธรรมของประเทศให้เสียหายมากขึ้นทุกที ส่วนที่มองว่าเป้าหมายคือต้องการติดตามคดีของตระกูลชินวัตรและดำเนินการกับพรรคเพื่อไทยนั้น ผมคิดว่าใครที่รู้เรื่องเหตุการณ์บ้านเมืองคงเข้าใจได้ไม่ยาก และที่จะเป็นปัญหาคือจะทำให้การรัฐ ประหารครั้งล่าสุดไม่เสียของ ควรทำโดยการทำลายระบบยุติธรรมให้เสียหายยับเยินไปเลยหรือไม่" นายจาตุรนต์กล่าว

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ความเห็นของนัก การเมืองที่สะท้อนเรื่องนี้ ไม่มีผลต่อการพิจารณาหรือปรับแก้ของสนช. เพราะเขามีจุดมุ่งหมายทางการเมืองที่ชัดเจน ซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติ และคนที่ได้รับอภิสิทธิ์จากการบังคับใช้กฎหมายหรือฝ่ายเดียวกันกับผู้ออกกฎหมายหรือผู้ใช้กฎหมาย ก็จะได้ประโยชน์ และกลายเป็นคนที่ทำผิดกฎหมายเสียเอง แต่ที่แสดงความเห็นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ให้รับรู้ว่าการมุ่งทำลายล้างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดเป็นการเฉพาะ สุดท้ายจะส่งผลเสียต่อสังคมอย่างร้ายแรง เพราะวิธีที่ดีคือหาทางป้องกันไม่ให้ใครทำผิดกฎหมาย โดยใช้กฎหมายและวิธีการบังคับใช้กฎหมายอย่างยุติธรรมจึงจะได้ผล ไม่ใช่ใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมและหวังว่าจะป้องกันการทำผิดกฎหมายได้



เตือนระวังดาบคืนสนอง

พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอถามผู้ที่คิดและทำกฎหมายฉบับนี้ว่ามีนานาอารยประเทศใดบ้างที่เขียนกฎหมายให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ และไม่เปิดโอกาสให้จำเลยได้ต่อสู้คดี ซึ่งไม่เฉพาะคดีอาญาที่ทำกับนักการเมือง แต่คดีของประชาชนหรือบุคคลอื่นเขาก็ ไม่พิจารณาลับหลัง และให้มีโทษย้อนหลังร้ายแรงในทางอาญา เพราะถือว่าขัดต่อหลักนิติธรรมทั่วไป

พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวว่า ตนอยู่ในกระบวน การยุติธรรมมา 30-40 ปี ไม่เคยเห็นการเขียนกฎหมายที่ปิดโอกาสการต่อสู้คดีของจำเลย ที่ผ่านมาใครจะมีอคติกับใครนั้นตนไม่ทราบ และสิ่งที่ตนพูดไม่ใช่ใครมาสั่งให้พูดตามที่มีคนวิจารณ์ แต่พูดเพราะเห็นว่าไม่ถูกต้องตามหลักนิติธรรม และเรื่องนี้ยังไม่เห็นช่องว่าจะมีทางออกอย่างไร เพราะเชื่อว่าไม่ว่าใครจะแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร หากคนทำกฎหมายเขียนกติกาโดยไม่มีจิตสำนึกก็ไม่มีประโยชน์ จึงขอเตือนไปถึงผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ซึ่งมีสถานะเป็นนักการเมืองเช่นเดียวกัน ให้ระวังว่าดาบนี้จะคืนสนอง



ย้ำขัดหลักสิทธิพลเมือง

นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การที่กฎหมายฉบับนี้เปลี่ยนแปลงหลักการให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลย ขัดหลักสากลหรือไม่ เพราะกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กำหนดไว้ในข้อ 14 (3)(ง) ว่าการพิจารณาคดีอาญา บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมีสิทธิได้รับการพิจารณาต่อหน้าบุคคลนั้น และสิทธิต่อสู้คดีด้วยตนเอง เพื่อคุ้มครองสิทธิของจำเลยให้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

นายนพดลกล่าวว่า ส่วนที่แก้ไขว่าหากจำเลยหนีไประหว่างการดำเนินคดี มิให้นับระยะเวลาในระหว่างที่หนีไปรวมเป็นอายุความนั้น โดยที่การนับอายุความในคดีอาญาที่คนทั่วไปกระทำผิดกรณีอื่นๆ ยังเป็นไปตามกฎหมายอาญาทั่วไป ถือว่าลักลั่นและขัดกับหลักการที่ว่าทุกคนมีความเสมอภาคกันตามกฎหมาย และมีสิทธิได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายเท่าเทียมกัน และการแก้ไขมาตรา 67 ที่เป็นส่วนบทเฉพาะกาล ให้มีผลแตกต่างจากเนื้อหาของร่างแรกที่เสนอเข้าสนช. โดยให้มีผลใช้บังคับกับคดีที่เกิดขึ้นก่อนกฎหมายฉบับนี้ ขอถามว่าแก้ไขเพื่อให้มีผลย้อนหลังใช่ หรือไม่ การทำเช่นนั้นเหมาะสมหรือไม่

นายนพดลกล่าวว่า นอกจากนั้นที่มีคำอธิบายว่าไม่ได้แก้กฎหมายเพื่อใช้บังคับกับบุคคลหรือกรณีใดเป็นการเฉพาะ ขอให้ถามปุถุชนทั่วไปว่าเขาเชื่อคำอธิบายหรือไม่ ทุกคนต้องการความยุติธรรม นิติธรรม และเมตตาธรรม เชื่อว่าการดำเนินการของฝ่ายต่างๆ ถ้ายึดมั่นในหลักนิติรัฐและนิติธรรมจะนำไปสู่ความปรองดองและสมานฉันท์ได้ เพราะความปรองดองคือสิ่งที่ประชาชนต้องการ



กรธ.เมินเสียงท้วง-ชี้แค่ส่วนน้อย

พล.ต.วิระ โรจนวาศ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของสนช. กล่าวว่า ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 267 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กำหนดให้เมื่อสนช.พิจารณาร่างกฎหมายลูกเสร็จแล้วให้ส่งร่างกฎหมายไปยังกรธ. องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง และศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา หากเห็นว่าร่างกฎหมายขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็ต้องตั้งกมธ.ร่วม 11 คน เพื่อพิจารณาอีกครั้งภายใน 15 วัน โดยสนช.กำลังตีความว่าร่างกฎหมายนี้จะต้องส่งให้ศาลยุติธรรมและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เป็น ผู้พิจารณาตามมาตรา 267 คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนตัวเชื่อว่าจะไม่มีความเห็นแย้ง ไม่โต้กันไปมา ไม่ต้องตั้งกมธ.ร่วม เหมือนร่างกฎหมายว่าด้วยกกต.และร่างกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง

"สำหรับเสียงท้วงติงจากศาลยุติธรรมก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ในขั้นตอนพิจารณาวาระ 2 ชั้นกมธ. ตัวแทนจากป.ป.ช. และตัวแทนจากศาลอย่างนายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการศาลยุติธรรมและสมาชิกสนช.ก็ ไม่ขัดข้องกับกระบวนการตั้งแต่การยื่นฟ้องโดยไม่ต้องมีตัว อีกทั้งเมื่อที่ประชุมใหญ่สนช.มีมติเห็นชอบวาระ 2-3 แล้ว ศาลต้องดำเนินการตามเนื้อหาของร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่มีข้อดีในการอำนวยความสะดวกสบายในการทำหน้าที่ให้กับศาลเอง" พล.ต.วิระกล่าว



แฉสอดไส้ย้อนหลังในชั้นกมธ.

รายงานข่าวจากสนช.แจ้งว่า จากการตีความบทเฉพาะกาล มาตรา 67 ของกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างกว้างขวางว่า จะส่งผลให้มีการบังคับใช้กฎหมายย้อนหลังไปยังคดีเก่าของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่จะถูกรื้อฟื้นขึ้นมาพิจารณาใหม่ สามารถไต่สวนลับหลังและไม่ต้องมีอายุความได้ เช่นเดียวกับคดีจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั้น เดิมร่างแรกที่กรธ. ส่งให้สนช.พิจารณา เนื้อหาในมาตรา 67 กำหนดให้คดีอาญานักการเมืองเก่า ให้ดำเนินการตามกฎหมายฉบับเก่า แต่ให้สิทธิอุทธรณ์ตามร่างกฎหมายฉบับใหม่ พอถึงชั้นกมธ.ของสนช.ได้มีการปรับแก้มาตราดังกล่าวเป็นคดีอาญานักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ ให้ดำเนินการตามร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ เมื่อเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่สนช.วาระ 2-3 ก็ไม่มีสมาชิกสนช.เห็นแย้งติดใจอภิปรายท้วงติง

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับพล.ต.วิระ โรจนวาศ ในฐานะ 1 ใน 2 ตัวแทนของกรธ. ที่เข้าร่วมเป็นกมธ.นั้น เป็นนายทหารคนสนิททำงานควบคู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตั้งแต่สมัยที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผบ.ทบ.ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยพล.ต. วิระ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญ กองทัพบก (ผอ.สธน.ทบ.) และมีบทบาทสำคัญในช่วงต้นหลังการยึดอำนาจคสช.เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ในการออกคำสั่งเรียกนักการเมือง นักวิชาการ และผู้เห็นต่างเข้าค่ายทหารจำนวนมากเพื่อปรับทัศนคติ



พีระศักดิ์ยันไร้วาระซ่อนเร้น

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช. กล่าวถึงการวิจารณ์ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่สนช.ลงมติเห็นชอบ เป็นการออกกฎหมายเลือกปฏิบัติเล่นงานนายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า สนช.ไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นเล่นงานใครเป็นพิเศษ ก่อนออกกฎหมาย ฉบับนี้ สนช.ได้รับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งศาล อัยการมาหมดแล้วว่าสามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะเรื่องการไต่สวนคดีลับหลังกรณีจำเลยหลบหนีคดี ซึ่งไม่ใช่การออกกฎหมายให้มีผลย้อนหลังเล่นงานใครตามที่เข้าใจกัน เพราะจำเลยที่ถูกไต่สวนย้อนหลังต่างมีโทษติดตัวอยู่ในศาลอยู่แล้ว ไม่ใช่การไปแจ้งข้อหาใหม่ หรือเขียนบทลงโทษเพิ่มเติม เป็นเพียงการปรับวิธีพิจารณาให้ศาลสามารถไต่สวนได้ โดยไม่ต้องนำตัวจำเลยมาแสดงตนต่อหน้าศาล

นายพีระศักดิ์กล่าวว่า ส่วนที่มีการดำเนินคดีเฉพาะนักการเมือง ไม่รวมข้าราชการและเอกชนนั้น เพราะนักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นตัวละครสำคัญ การทุจริตของนักการเมืองสร้างความเสียหายเศรษฐกิจ สังคม บางครั้งมีมูลค่าเป็นแสนล้านบาท กฎหมายฉบับนี้จึงเน้นที่นักการเมืองโดยตรง



ท้าคนหนีคดีกลับมาพิสูจน์ตัวเอง

ด้านนายสมชาย แสวงการ โฆษกกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนช. กล่าวว่าร่างพ.ร.บ.นี้ไม่มีเจตนามุ่งเอา ผิดย้อนหลังอดีตนายกฯคนใด และไม่ขัดต่อหลักสากล หรือละเมิดสิทธิจำเลยที่ให้ไต่สวนคดีลับหลัง ประเด็นนี้ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสนช.ไปแล้ว หลายประเทศเช่น เยอรมนีฝรั่งเศส ใช้กฎหมายฉบับนี้เช่นกัน ยืนยันว่า นอกจากไม่ละเมิดสิทธิจำเลยแล้ว ยังให้สิทธิจำเลยเต็มที่ โดยให้สิทธิจำเลยตั้งทนายต่อสู้คดีในการไต่สวนลับหลังได้ แม้เจ้าตัวจะหนีอยู่ต่างประเทศก็ตาม และถ้าศาลพิจารณาตัดสินลงโทษจำเลยไปแล้ว ยังมีสิทธิขอให้ศาลรื้อฟื้นใหม่ได้ภายใน 1 ปีนับแต่ศาลมีคำพิพากษา หากเห็นว่ามีหลักฐานใหม่มาต่อสู้ หรือหากยังไม่พอใจยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาฯได้อีก เพียงแต่การขอรื้อฟื้นคดีและการอุทธรณ์นั้น จำเลยต้องกลับมาแสดงตัวต่อศาลเท่านั้น จึงมีสิทธิดำเนินการได้

นายสมชายกล่าวว่า ดังนั้น พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้สิทธิปกป้องจำเลยเต็มที่ ตั้งแต่การตั้งทนายสู้คดีลับหลัง การรื้อฟื้นคดี และการอุทธรณ์ ไม่ได้จบเพียงชั้นเดียวเหมือนที่ผ่านมา ถือว่าแฟร์มาก อยากให้คนที่หลบหนีคดีกลับมาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นโอกาสดีที่จำเลยจะได้พิสูจน์ความถูกผิด มีสิทธิต่อสู้ถึง 3 ชั้น ไม่ต่างจากการต่อสู้ในศาลยุติธรรมทั่วไป ทั้งนี้ ไม่รู้ว่าคนที่ต่อต้านคิดอย่างไร หรือต้องการให้เกิดทุจริต หากดำเนินการไต่สวนลับหลังตามกฎหมายฉบับนี้ได้แล้ว เชื่อว่าคดีที่จำเลยหนีไปจะพิจารณาได้เสร็จภายใน 1-2 ปี



ปชป.หนุนกม.คดีนักการเมือง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าเมื่อร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ออกมาบังคับใช้จะทำให้นักการเมืองบางส่วนที่เข้ามาแสวงหาอำนาจทางการเมืองเพื่อทุจริต คิดมิชอบ ต้องคิดหน้าคิดหลังมากขึ้น เพราะถ้าทุจริตแล้วถูกจับได้ไล่ทันจนมีคดีขึ้นสู่ศาล การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะไม่สามารถใช้วิธีการหลบหนีคดีจนหมดอายุความแล้วกลับมาเสวยสุขบนทรัพย์สินเงินทองที่ทุจริตได้อีกต่อไป เนื่องจากศาลสามารถพิจารณาคดีลับหลังจำเลย รวมทั้งไม่นับรวมอายุความระหว่างที่จำเลยหลบหนี เท่ากับถ้าจะหนีก็ต้องหนีกันทั้งชีวิต

"ถ้าไม่มีกฎหมายออกมาแบบนี้ อาจมีนักการเมืองบางส่วนยอมเสี่ยงทุจริต ถ้าไม่ถูกจับก็เสวยสุขจากทรัพย์สินเงินทอง แต่ถ้าถูกจับได้ก็ใช้วิธีหลบหนีคดีจนหมดอายุความ ทำให้การเอาผิดลงโทษนักการเมืองที่ทุจริตในอดีตเป็นไปด้วยความยากลำบาก การมีกฎหมายลักษณะนี้น่าจะช่วยทำให้การป้องกันปราบปรามการทุจริตของนักการเมืองได้ผลมากขึ้น ถึงแม้จำเลยจะหลบหนีคดี ไม่ยอมมาศาล แต่เมื่อมีการพิจารณาคดีจนมีคำพิพากษาออกมา อาจสามารถนำทรัพย์สินเงินทองที่ทุจริตไป ซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินมาคืนหลวงได้ รวมถึงการเรียกค่าเสียหายต่างๆ อาจดำเนินการต่อไปได้หลังมีคำพิพากษา" นายองอาจกล่าว และว่า เชื่อว่ากฎหมายนี้เป็นประโยชน์ต่อการป้องกันปราบปรามการทุจริตมากกว่าเป็นโทษอย่างแน่นอน



ไก่อูยันใช้สแกนคนโกง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการวิจารณ์ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาฯ มุ่งไล่ล่าแต่นักการเมืองว่า ต้นทางของกฎหมายมาจากสนช. หลักการที่รัฐบาลและคสช.คิดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือทำอย่างไรให้บ้านเมืองเดินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คนดีเข้ามาปกครองบ้านเมือง และมีวิธีทำให้คนไม่ดีไม่สามารถใช้อำนาจปกครองบ้านเมืองได้ ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องจะทำออกมาอย่างไรก็เป็นแนวคิดของบุคคลเหล่านั้น และการทำกฎหมายในปัจจุบันต้องรับฟังความเห็น จากประชาชนทุกภาคส่วน จึงไม่แน่ใจว่าประชาชนจะเห็นชอบด้วยหรือไม่

"นักการเมืองก็อย่าหนี ถ้าไม่หนีทุกอย่างก็เข้าสู่กระบวนการ กฎหมายไม่ได้เลือกบังคับใช้แค่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่บังคับใช้กับทุกคน ใครเป็นนักการเมืองก็ต้องใช้ ในรายละเอียดของกฎหมายสนช.เป็นคิด ส่วนรัฐบาลและคสช.เห็นว่าการมีกฎหมายที่เป็นเสมือนตะแกรงร่อนให้คนดีปกครองบ้านเมือง ไม่ให้คนไม่ดีที่มีประวัติโกงกินมาปกครองบ้านเมืองได้ ใครที่มีคดีความแบบนี้ ไม่ว่าไปหลบอยู่ที่ไหน ก็ต้องถูกดำเนินคดี ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง" พล.ท.สรรเสริญกล่าว



ชทพ.ติงพฤติกรรมรัฐบาล-คสช.

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงสวน ดุสิตโพลระบุประชาชนกว่าร้อยละ 70 หวั่นการเลือกตั้งเลื่อนออกไปไม่เป็นไปตามโรดแม็ป และไม่เข้าใจเนื้อหากฎหมายลูก เกรงเสร็จไม่ทันการเลือกตั้งว่า ความไม่มั่นใจของประชาชนเกิดจากการแสดงออกของรัฐบาล จดจำพฤติกรรมไม่ว่าจะเรื่องโรดแม็ปเลือกตั้ง ที่รัฐบาลยืนยันจะมีการเลือกตั้งในปี 2560 แต่ถูกเปลี่ยนไป จนมาถึงการร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กรธ.และสนช.เห็นไม่ตรงกัน จนต้องตั้งกมธ.ร่วมกัน ทำให้ประชาชนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้ากฎหมายลูกเลื่อนออกไป ทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ และยังมีข่าวปรับครม.เพื่อยืดอายุต่อไป มีหลายสาเหตุล้วนมาจากพฤติกรรมคสช.และรัฐบาล ทำให้อดคิด อดหวั่นไหวไม่ได้

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนที่นายกฯระบุสัญญาประชาคมสร้างความสามัคคีปรองดอง ต้องมีการทำแนวปฏิบัติแนบกับสัญญา เมื่อทุกคนเซ็นลงนามแล้วจะต้องไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายซ้ำรอยปี 2557 นั้น การออกข้อบังคับไม่ได้ผลเท่ากับสร้างความเชื่อมั่น ความศรัทธาให้เกิดขึ้นกับสังคม และไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยปี 2557 เพราะเชื่อว่าเวลานี้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองดี บอบช้ำไม่รู้จะอย่างไรแล้ว มีแต่อยากให้บ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติ



คสช.เมินใช้ม.44เปิดโกดังข้าว

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช. กล่าวถึงนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้องให้นายกฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตรวจสอบความถูกต้องในการจำหน่ายข้าวและให้ออกคำสั่งให้เปิดโกดังข้าวทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าไปร่วมตรวจพิสูจน์ว่าเป็นข้าวคนกิน หรืออาหารสัตว์ว่า หากนายยุทธพงษ์มีประเด็นและข้อสงสัย สามารถร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ได้ตลอด เพราะหน่วยงานดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบ และพร้อมให้ข้อมูลอยู่แล้ว ดังนั้น นายยุทธพงษ์มีข้อสงสัยก็ขอข้อมูลได้ที่กระทรวงพาณิชย์โดยตรง ส่วนจะใช้อำนาจมาตรา 44 เพื่อเปิดโกดังข้าวนั้น ตนไม่ทราบ เพราะขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณาดำเนินการ



วัฒนาอัดตั้งศูนย์ปราบโกงแก้เกี้ยว

นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊กว่า คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่สั่งการให้ผบ.ทบ.เปิดค่ายทหารจัดตั้ง "ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ" คือนโยบายที่ออกมาเพื่อแก้เกี้ยวความ ล้มเหลวในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หัวหน้าคสช.จึงหันมาเน้นเรื่องการปราบปรามคอร์รัปชั่น แต่พฤติกรรมของคสช.และกองทัพสวนทางกับความโปร่งใส เช่น การใช้อำนาจพิเศษยกเว้นกฎหมายทุกฉบับในโครงการรถไฟฟ้าไทย-จีน ที่ทุกฝ่ายคัดค้านถึงความคุ้มทุนและความโปร่งใส รวมถึงโครงการจัดซื้อต่างๆ ของกองทัพอีกหลายรายการ

นายวัฒนาระบุว่า หากคสช.มีความจริงใจกับการปราบคอร์รัปชั่น ควรหยุดดำเนินคดีกับนิสิต นักศึกษา และประชาชนในศาลทหาร เนื่องจากการตรวจสอบการทุจริตในโครงการอุทยานราชภักดิ์ ส่วนกรณีทุจริตที่การตรวจสอบไม่มีความคืบหน้า คือการจัดซื้อเรือเหาะ การจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 โครงการขุดลอกคลองขององค์การทหารผ่านศึก(อผศ.) ที่คสช. เป็นผู้อนุมัติให้อผศ.ได้สิทธิพิเศษ การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ AW 139 ในปี 2555 ล่าสุดคือการทุจริตขายรถเพื่อสวมทะเบียนของขส.ทบ. ซึ่งเป็นหน่วยขึ้นตรงกับกองทัพบก จากข้อมูลของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง การทุจริตเริ่มเกิดในปี 2557 ซึ่งมีหัวหน้าคสช.เป็นผบ.ทบ. ส่วนปี 2558 คนอนุมัตินามสกุลเดียวกับหัวหน้าคสช. แจ้งเบาะแสขนาดนี้ถ้ายังไม่จัดการก็ต้องรอเลือกตั้งเสร็จมีคนพร้อมจะจัดการแน่



จี้"สมคิด"แจงใช้งบ 9 แสนล้าน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ระบุได้ใช้งบประมาณเพื่อช่วยคนจนไปแล้วกว่า 9 แสนล้านบาท ขอให้นายสมคิดชี้แจง รายละเอียดว่านำเงินไปใช้ในเรื่องใดบ้าง เนื่องจากสวนทางกับความรู้สึกของประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่รู้สึกว่าไม่ได้ดีขึ้นแต่ยิ่งแย่ลง จึงต้องถามว่าใช้เงินไม่ถูกทางหรือไม่ การแก้ปัญหาถึงไม่ได้ผล รวมทั้งเกิดข้อกังวลว่าเงินอาจรั่วไหลหรือมีคอร์รัปชั่นด้วยหรือไม่ หากตรวจสอบและพิสูจน์ในภายหลังพบว่ามีการทุจริต นายสมคิดและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบในความเสียหายด้วยหรือไม่

นายอนุสรณ์กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนายสมคิดที่บอกว่าประเทศที่หลับใหล ติดยึดอดีต จะเผชิญความเสี่ยงกับความถดถอยที่ยากจะหลีกเลี่ยง และอยากถามนายสมคิดว่าปัจจุบันประเทศไทยที่ระบอบการเมืองถอยหลังเป็นการหลับใหลและติดยึดอดีตด้วยใช่หรือไม่ ถึงได้ถดถอยและล้าหลังไปเรื่อยๆ จนเป็นเหมือนตามทฤษฎีกบต้มอยู่ในปัจจุบัน



ชาวบ้านหนุน"ปู-มาร์ค"นั่งหน.พรรค

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,317 คน ระหว่างวันที่ 11-15 ก.ค. เรื่องหัวหน้าพรรคการเมือง เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อหัวหน้าพรรค พบว่าร้อยละ 33.71 ประชาชนให้ความสำคัญต่อหัวหน้าพรรค เพราะมีผลต่อความนิยมของพรรค มีโอกาสเป็นนายกฯ เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ ร้อยละ 29.38 ค่อนข้างมาก เพราะเป็นผู้กำหนดทิศทางและนโยบายของพรรค เป็นกำลังสำคัญในการหาเสียง อยากรู้ว่าใครจะเป็นหัวหน้าพรรค และร้อยละ 20.88 ให้ความสำคัญค่อนข้างน้อย เพราะส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มเดิม พวกพ้องเดียวกัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นนายทุนของพรรค

ส่วนคุณสมบัติหัวหน้าพรรคที่ดี ร้อยละ 83.45 ระบุเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ยุติธรรม ร้อยละ 81.55 ไม่เห็นแก่พวกพ้อง ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน ร้อยละ 77.52 เก่ง ทำงานเร็ว มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ ความสามารถ ร้อยละ 72.29 มีภาวะผู้นำที่ดี เป็นที่ยอมรับ น่าเชื่อถือ

ส่วนบุคคลใดน่าจะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 77.09 ระบุนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 66.59 นายชวน หลีกภัย ร้อยละ 63.33 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะที่ฝั่งเพื่อไทย ร้อยละ 73.96 ระบุให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค ร้อยละ 71.98 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 47.22 นายจาตุรนต์ ฉายแสง



"บิ๊กตู่"จี้สางไกด์เถื่อนต่างชาติ

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหน่วยงานหลักดำเนินการแก้ปัญหามัคคุเทศก์เถื่อนหรือไกด์ต่างชาติ ที่เข้ามาแย่งอาชีพไกด์ไทย รวมทั้งดำเนินการกับบริษัทนำเที่ยวที่พานักท่องเที่ยวไปซื้อสินค้าในร้านค้าเครือข่าย ตามที่สมาพันธ์สมาคมมัคคุเทศก์เตรียมยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไข

พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายให้คนต่างชาติมาเป็นมัคคุเทศก์ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทยตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวฯ และตำรวจบก.ท่องเที่ยว เชิญผู้แทนของบริษัทนำเที่ยวและกลุ่มมัคคุเทศก์หารือ เพื่อรับฟังปัญหาและร่วมกันหาแนวทางแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯ ยังให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ วางแผนผลิตมัคคุเทศก์ภาษาต่างๆ เข้าสู่ตลาดมากขึ้น รวมทั้งพัฒนามัคคุเทศก์ที่มีอยู่ให้สามารถใช้ภาษาที่สามรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปัจจุบัน พร้อมแนะนำให้มัคคุเทศก์รู้จักพัฒนาทักษะของตนเองให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการด้วย

เนื่องจากปัญหามัคคุเทศก์ขาดแคลนเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน จากการสำรวจเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีมัคคุเทศก์ขึ้นทะเบียนกับกรมการท่องเที่ยว 70,655 คน แบ่งเป็นมัคคุเทศก์ทั่วไป 46,880 คน และมัคคุเทศก์เฉพาะพื้นที่ 19,154 คน ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักมากที่สุด รองลงมาคือจีนและญี่ปุ่น แต่จำนวนยังมีปริมาณไม่เพียงพอต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยปีละหลายล้านคน

ส่วนข้อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่กวดขันจับกุมบริษัทนำเที่ยว ที่นำชาวต่างชาติมาเป็นมัคคุเทศก์ และพานักท่องเที่ยวไปซื้อสินค้าในร้านค้าเครือข่ายนั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ออกตรวจและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมมือกับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติจีนปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ



รอ"บิ๊กตู่"ตั้งชื่อเรือนรับรองใหม่

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความพร้อมการส่งมอบอาคารเรือนรับรองหลังใหม่ ที่ใช้สำหรับรับรองแขกสำคัญ และจัดประชุม ตามแนวคิดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ในเบื้องต้นรับทราบว่าการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ และทางคณะกรรมการตรวจรับงาน จะเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยภายในสัปดาห์หน้า เพื่อรับมอบงาน ก่อนส่งมอบให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่วนรายละเอียดกำหนดวันส่งมอบคงต้องรอให้พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการ นายกฯ พิจารณาอีกครั้ง

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า อาคารดังกล่าวกรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ ให้มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมสอดรับกับตึกไทยคู่ฟ้า มีกรมยุทธโยธาทหารบก เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ใช้งบประมาณ 137 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว คาดว่าคณะกรรมการตรวจรับ จะตรวจความเรียบร้อยและรับมอบงานภายใน วันที่ 18 ก.ค.นี้ เพื่อส่งมอบอย่างเป็นทางการให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ ส่วนกำหนดเปิดอาคารนั้นยังไม่สรุปวัน เนื่องจากต้องพิจารณาช่วงเวลา ที่นายกฯ ไม่มีภารกิจอื่น สำหรับชื่ออาคารเรือนรับรองหลังใหม่และชื่อห้องรับรองภายใน 2 ห้อง ทางกรมศิลปากรได้ส่งชื่อให้นายกฯ พิจารณาแล้ว อาทิ ไพโรจน์ธรรมรัฐ พิทักษ์ ธรรมาทร เป็นต้น (หน้า 1,10-11)


หน้า 1



Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.