มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 66 คน
วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9755 ข่าวสดรายวัน


ป้อม-ตู่ปัด ซื้อขีปนาวุธมะกัน


โพลชี้ชาวบ้านยี้ จับเบอร์รายเขต ไม่แก้โกง-ป่วน





"บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" ประสานเสียง โต้ซื้อขีปนาวุธสหรัฐ ถามกลับจะเอามายิงกับใคร หลังมะกันไฟเขียวขาย"ฮาร์พูน"ให้ 828 ล้าน มท.1สั่งสอบอปท.ขนม็อบเชียร์"ปู"ฟังตัดสินคดีข้าว 25 ส.ค. โพลชี้ประชาชนค้านแนวคิดยกเลิกพรรคเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศ ชี้สร้างความสับสน-ไม่ช่วยแก้ทุจริต แนะกรธ.ฟังเสียง ชาวบ้าน-นักการเมือง เพื่อไทยติง"มีชัย"อย่าดื้อ เตือนเขียนกฎหมายพิสดารสร้างปัญหาตามมาแน่ "เสี่ยตือ"จี้คสช.ปลดล็อกพรรคหลังกม.ลูกพรรคการเมืองบังคับใช้ วอนเลิกหวาดระแวง



บิ๊กตู่-บิ๊กป้อมโต้ซื้อขีปนาวุธเพิ่ม

เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐว่าระบุได้อนุมัติ ขายขีปนาวุธมูลค่า 828 ล้านบาท ให้ประเทศไทย ตามที่รัฐบาลไทยร้องขอว่า มีเงินซื้อหรือไม่ เดี๋ยวให้ฝ่ายความมั่นคงไปดู อาจเป็นของเก่าที่เคยซื้อไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ของหรือไม่ ขอให้ ไปถามความชัดเจนจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า "จะเอาไปยิงกับใคร เหรอ"

ด้านพล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่มีการ จัดซื้ออาวุธตามที่มีการรายงานข่าว ยืนยันว่าฮาร์พูนของเดิมมีการใช้งานอยู่นานแล้ว



เผยสหรัฐตีปี๊บแผนการขาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงว่า ได้เห็นชอบแผนเบื้องต้น สำหรับการขายขีปนาวุธ ฮาร์พูน บล็อก ทูว์ รุ่น RGM-84L มูลค่า 24.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (828 ล้านบาท) ตามที่รัฐบาลไทยร้องขอ โดยในแถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลไทยได้ยื่นความจำนง ขอซื้อขีปนาวุธดังกล่าวจำนวน 5 ลูก และขีปนาวุธซ้อมยิง ฮาร์พูน บล็อก ทูว์ 1 ลูก ซึ่งจะรวมถึงอุปกรณ์บรรจุ อะไหล่ การซ่อมบำรุง และเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบ รวมถึงคู่มือ เอกสารทางเทคนิค การฝึกฝนบุคลากร และอุปกรณ์สำหรับฝึกซ้อม โดยรัฐบาลสหรัฐ และตัวแทนจากบริษัทคู่สัญญา จะเป็นผู้ให้บริการด้านวิศวกรรม ความช่วยเหลือเชิงเทคนิค การขนส่ง และการสนับสนุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการด้วย

ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่ง ขึ้น และจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงแก่พันธมิตรที่สำคัญ และเพิ่มขีดความสามารถทางด้านการป้องกันเส้นทางเดินเรือ ที่สำคัญ



"ประวิตร"ยึดหลักคำสอนแม่

ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายใน กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ ภายหลังนำคณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดี และถวายพระพรชัยมงคล พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา 12 ส.ค. 2560 ถึงการทำกิจกรรมร่วมกับแม่เนื่องในวันแม่แห่งชาติว่า ในวันนี้ตนจะเดินทาง เข้าไปกราบไหว้แม่ที่บ้านพักซอยลาดพร้าว 71 กรุงเทพฯ ซึ่งคงไม่มีกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ เพราะแม่ของตนมีอายุ 97 ปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแม่ให้กำลังใจตนในเรื่องการทำงานมาตลอด 50 ปี ตั้งแต่สมัยที่ตนเริ่มรับราชการมาตั้งแต่อายุ 21 ปีจนถึงทุกวันนี้อายุ 72 ปีแล้ว ทุกอย่างที่แม่บอก ถือเป็นพรทั้งหมด นำมาเป็นหลักการในการทำงานและใช้ชีวิตจนถึงทุกวันนี้



มท.1สั่งสอบอปท.ใช้งบขนคนเชียร์ปู

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เสนอให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยอ้างว่าพบใช้งบส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการนำประชาชนมาให้กำลังใจ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 25 ส.ค.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าว ว่า ได้มีการตรวจสอบดูแล้ว และได้กำชับในเรื่องการใช้งบให้เป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับทุกประการ



ปชช.ค้านเลิกพรรคเดียวเบอร์เดียว

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง "คิดอย่างไร กับการจะยกเลิกระบบผู้สมัครเลือกตั้งแบบพรรคเดียวเบอร์เดียว" จากประชาชน จำนวน 1,119 คน ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 8-11 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเมื่อถามว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่กับการจะยกเลิกระบบผู้สมัครเลือกตั้งแบบพรรคเดียว เบอร์เดียว พบว่า ร้อยละ 41.91 ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกพรรคเดียว เบอร์เดียว เพราะยุ่งยาก เกิดความสับสน ได้ไม่คุ้มเสีย และไม่ช่วยแก้ทุจริต ขณะที่ร้อยละ 33.51 ไม่แน่ใจ เพราะยังไม่รู้ว่าผลที่จะตามมาเป็นอย่างไร

ส่วนการยกเลิกระบบผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบพรรคเดียวเบอร์เดียว (แบบเดิม) จะช่วยให้การเลือกตั้งดีขึ้นหรือแย่ลงประชาชนร้อยละ 45.93 มองว่า เปลี่ยนระบบ ก็ไม่ช่วยให้การเลือกตั้งดีขึ้น เพราะไม่สามารถแก้ทุจริตได้ เนื่องจากถูกผูกขาดด้วย 2 พรรคใหญ่ ขณะที่ร้อยละ 32.80 มองว่าแย่ลง เพราะประชาชนสับสน



ระบุแบบเดิมเข้าใจง่าย

สำหรับข้อดีของการใช้เบอร์ของพรรคเดียวกันทั้งประเทศ ประชาชนร้อยละ 74.80 มองว่าจำง่าย เข้าใจง่าย ขณะที่ร้อยละ 64.97 มองว่าเป็นวิธีที่ใช้มานานประชาชนมีความคุ้นเคย ส่วนข้อเสีย ประชาชนร้อยละ 73.28 มองว่าเกิดการทุจริต ซื้อเสียงง่าย ร้อยละ 68.54 มองว่าคนเลือกพรรคมากกว่าตัวบุคคล

เมื่อถามว่า ประชาชนคิดอย่างไรกับกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)จะยกเลิก ระบบผู้สมัครเลือกตั้งแบบพรรคเดียวเบอร์เดียว อันดับ 1 ร้อยละ 60.86 มองว่า เรื่อง ดังกล่าวควรรับฟังความเห็นของประชาชน และนักการเมืองอันดับ 2 ร้อยละ 58.27 มองว่า ไม่ว่าจะเลือกตั้งแบบไหนก็มีทั้งข้อดี และข้อเสียแตกต่างกัน และอันดับ 3 ร้อยละ 50.04 มองว่าอยู่ในขั้นตอนการเสนอร่าง อาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกได้



เพื่อไทยอัด"มีชัย"อย่าดื้อ

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุถึงแนวคิดให้ผู้สมัครจับเบอร์รายเขตว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก และอาจเกิดการปลอมแปลงบัตรขึ้นได้ว่า ขณะนี้มีเสียงสะท้อนทั้งจากนักการเมือง นักวิชาการ ภาคประชาชน รวมทั้ง ผู้ปฏิบัติอย่าง กกต.ขนาดนี้แล้ว นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ควรจะทบทวนด้วย เพราะยังมีเวลา การเขียนอะไรที่พิสดารมากโดยไม่ยึดหลักเหตุผล รวมทั้งไม่คำนึงถึง ผู้ปฏิบัติงานก็จะสร้างปัญหา

ทั้งนี้ ผู้สมัครที่จะเป็นตัวแทนลงเลือกตั้งย่อมผ่านการคัดกรองจากระบบไพรมารี่โหวตมาแล้ว ดังนั้นเมื่อจะลงสมัครรับเลือกตั้งก็ควรจะหมายเลขเดียวกันทั่วประเทศซึ่งเป็นเบอร์ของพรรค ซึ่งทุกพรรคจะได้ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งง่ายขึ้น



ให้เลิกห่วงเรื่องซื้อเสียง

นายสามารถกล่าวว่า ขณะที่ กกต.จะทำงาน ง่ายขึ้นด้วยโดยเฉพาะเวลาที่ต้องจัดพิมพ์เอกสารทั้งชื่อ ประวัติและหมายเลขผู้สมัครจัดส่งไปทุกครัวเรือน หากใช้กันคนละหมายเลข เชื่อว่าประชาชนสับสนอย่างแน่นอน กกต. จะทำงานผิดพลาดได้ ขณะที่คนเขียนกฎหมายกลับไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย

"ที่บอกว่าช่วยแก้ปัญหาการซื้อเสียงนั้น ผมมองว่า กรธ.อย่าห่วงเรื่องนี้นักเลย เพราะถ้าคนจะซื้อเสียง ใช้เบอร์อะไรก็ซื้อได้ทั้งนั้น ดังนั้นตราบใดที่ กรธ.ยังไม่เสนอเรื่องไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาก็ยังมี เวลาที่จะทบทวน ทุกภาคส่วนทักกันขนาดนี้แล้ว นายมีชัยจะไม่รับฟังเสียงท้วงเลยหรือ แต่ถ้า กรธ.ยังดื้อ คงต้องฝากไปถึง สนช.ให้พิจารณาเรื่องนี้แทน" นายสามารถกล่าว



"เสี่ยตือ"จี้ปลดล็อกพรรค

ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทาง การเมืองหลังร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ว่า ความจริง คสช.ควรปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม ได้ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้เป็นต้นมาแล้ว แต่ก็ยื้อเวลามาจนกระทั่งร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองใกล้จะประกาศใช้ วันนี้แม้แต่กกต.ในฐานะผู้ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวยังออกมาสนับสนุนให้มีการปลดล็อกให้พรรคการเมืองเตรียมตัว จึงอยากให้ คสช.ไว้วางใจ เพราะต้องยอมรับว่า ตามเนื้อหาของร่างดังกล่าวมีขั้นตอนมาก มีกำหนดวันเวลาให้ พรรคการเมืองต่างๆ กลับไปปรับปรุงระบบพรรคตามกรอบที่กฎหมายกำหนด ทั้งระบบสมาชิก ข้อบังคับพรรค รวมไปถึงกระบวนการ คัดเลือกผู้สมัครแบบไพรมารี่โหวตด้วย

"ที่ผ่านมาทุกฝ่ายให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นรัฐบาลคสช.มาโดยตลอดว่า สิ่งที่คสช.ได้ดำเนินการมาตลอด 3 ปีกว่านั้นไม่เสียของ และมีผลงานบรรลุเป้าหมาย วันนี้ต้องเลิกหวาดระแวง เพราะจะดูเสมือนว่า สิ่งที่ตนเองทำมามันล้มเหลวไม่ประสบความสำเร็จใช่หรือไม่ ในเมื่อวันนี้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นในสิ่งที่คสช.ประกาศแล้ว ผมอยากให้คสช.เชื่อมั่น ทุกฝ่ายเหมือนกัน เพราะวันนี้รัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว อีกไม่นานร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับแรกก็ใกล้มีผลบังคับใช้ ควรเปิดให้พรรคการเมืองประชุมหารือกันได้ เพื่อเตรียมตัวเดินไปตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น"นายสมศักดิ์กล่าว



เร่งศึกษา-ขรก.โชว์บัญชีทรัพย์สิน

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวถึงกรณีที่อนุกรรมการด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) เสนอให้ข้าราชการยื่นบัญชีทรัพย์สินว่า อนุกรรมการที่มีนายต่อตระกูล ยมนาค เป็นประธาน เห็นว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการโดยเฉพาะ ข้าราชการใหม่จะเป็นแนวทางป้องกันการทุจริตได้ โดยมีข้อเสนอให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการ และแสดงบัญชีทรัพย์สินอีกครั้งเมื่อต้องเลื่อนขั้นทางราชการ หรือเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ ซึ่งการตรวจสอบทรัพย์สินจะมีขึ้นเป็นระยะ

ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำลังศึกษาอยู่ โดยเป็นการนำระบบอิเล็กทรอ นิกส์มาใช้ ไม่ต้องยื่นเอกสารที่เป็นกระดาษ ซึ่งหลายหน่วยงานเห็นด้วย โดยต้นสังกัด จะเป็นผู้เก็บข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการ ไว้ ส่วนจะตรวจสอบโดยหน่วยงานใดบ้าง จะต้องพิจารณากันต่อไป



นายกฯหวังอุดช่องทุจริต

"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้สั่งการให้ศึกษาถึงแนว ทางการปฏิบัติให้ดี รอบคอบ และสอดคล้องกับประเทศไทย พร้อมศึกษาด้วยว่ามีประเทศใด ที่ใช้ระบบนี้อยู่บ้าง การแสดงบัญชีทรัพย์สินนี้เป็นคนละประเด็นกับการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะในส่วนของ ป.ป.ช. นั้นตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง แต่กรณีนี้จะตรวจสอบข้าราชการทุกระดับ" นายประยงค์กล่าว

นายประยงค์กล่าวว่า ในเบื้องต้น ก.พ.รับไป ดำเนินการต่อ ในขั้นตอนการยื่นบัญชีทรัพย์สิน สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์จะต้องไปศึกษารูปแบบการทำงานด้วย อย่างน้อยจะทำให้ข้าราชการเกิดการยั้งคิด อนุกรรมการเห็นว่าไม่เป็นภาระในการจัดเก็บเนื่องจากเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ คตช.ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องแล้วเสร็จเมื่อไหร่ แต่นายกฯต้องการสร้างระบบนี้ให้เกิดความเข้มแข็ง เพราะการทุจริตที่ผ่านมาเกิดจากการมีช่องโหว่ จึงต้อง หามาตรการหลายๆ อย่างเพื่อป้องกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.พล.อ. ประยุทธ์กำชับในการประชุมคตช.ครั้งที่ 2/2560 ว่า วันนี้ยังพบว่ามีปัญหาทุจริตอยู่ ต้องรื้อค้นออกมาให้ได้ แต่ไม่ได้มุ่งหวังว่าใครจะเป็นพระเอกหรือผู้ร้าย ให้แก้ปัญหาด้วยความรอบคอบ และระวังอย่าแก้ปัญหาเก่าไปสร้างปัญหาใหม่



บิ๊กตู่ปลื้มกทม.เมืองเที่ยวคุ้มสุด

เมื่อวันที่ 12 ส.ค.พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยินดีที่ทราบว่า เว็บไซต์เดอะมิเรอร์ของอังกฤษได้รายงานผลการจัดอันดับราคาค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวระยะยาวของเมืองต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งสำรวจโดย Post Office Travel Money ปรากฏว่า กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่สามารถ เดินทางท่องเที่ยวโดยใช้ระยะเวลานานแต่คุ้มค่ามากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ประจำปี 2017 โดยนักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินน้อยที่สุดและได้รับบริการในระดับคุณภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับเมืองอื่นๆ ทั้งค่าโรงแรมที่พัก ค่าใช้จ่ายในการเข้าชมสถานที่สำคัญ ค่าพาหนะ และค่าอาหาร

ผลสำรวจระบุว่าค่าใช้จ่ายโดยรวมตลอดระยะเวลา 3 วัน สำหรับการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ อยู่ที่ราว 316.93 ปอนด์ หรือประมาณ 13,700 บาท นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังได้รับการยกย่องว่า เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยกิจกรรมและวัฒนธรรมที่ชวนให้สัมผัส รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยว ที่หลากหลาย โดยเฉพาะวัดวาอารามและพระบรมมหาราชวังที่วิจิตรงดงาม

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯกล่าวว่า ผลการสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาพำนักในประเทศไทยนานขึ้นและจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ เช่น การออกมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ขยายระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทยสำหรับกลุ่มพำนักในระยะยาว ควบคู่ไปกับมาตรการดูแลอำนวยความสะดวก และขจัดการเอารัดเอาเปรียบ โดยเฉพาะการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ เพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวและสร้างการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ

"นายกฯใส่ใจในปัญหาทุกเรื่องและย้ำว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจะต้องแก้ไขให้สำเร็จ เช่น กรณีที่นักท่องเที่ยวติดอยู่ที่ด่าน ตม. จำนวนมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ ก็ได้สั่งการให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยมิได้นิ่งนอนใจ ทำให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และ ได้รับคำชื่นชมจากสังคม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และเคยวิพากษ์วิจารณ์มาก่อน" พล.ท.สรรเสริญกล่าว

สำหรับ 10 เมืองที่มีความคุ้มค่าในการท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก อันดับ 1 กรุงเทพฯ อันดับ 2 กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น อันดับ 3 กรุงปักกิ่ง จีน อันดับ 4 นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อันดับ 5 เมืองเคปทาวน์ แอฟริกาใต้ อันดับ 6 สิงคโปร์ อันดับ 7 กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐ อันดับ 8 เมืองโตรอนโต แคนาดา อันดับ 9 นครนิวยอร์ก สหรัฐ และอันดับ 10 นครบอสตัน สหรัฐ (หน้า 1,10)


หน้า



Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.