มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1738 คน
วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 8991 ข่าวสดรายวัน


มุสลิมไทยฉะรบ. พิษอุยกูร์ สหรัฐก็ประณาม


เยอรมันฮืออีก ที่หน้าสถานทูต สมช.จ่อบินจีน พิสูจน์109คน ไม่ได้ถูกทำร้าย


กลุ่มพลเมืองมุสลิมในประเทศไทย ออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาลส่ง109 อุยกูร์ให้จีน จี้ขอโทษพร้อมหาคนรับ ผิดชอบ วอนองค์การสิทธิมนุษยชนโลก เข้าตรวจสอบความเป็นอยู่ หวั่นถูกกระทำ ไม่เหมาะสม ขณะที่สหรัฐก็แถลงฉะ ชี้ ขัดพันธกรณีที่ไทยมีกับนานาชาติ ส่วนที่เยอรมันมีฮือประท้วงหน้าสถานทูตไทย ที่กรุงเบอร์ลิน กระทรวงต่างประเทศไทย แจ้งเตือนกงสุล-สถานทูตไทยทั่วโลก ดูแล คนไทยเข้มข้นขึ้น พร้อมเตือนหลีกเลี่ยงการถกปัญหานี้กับคู่ขัดแย้ง ขณะที่บิ๊กตู่ยันไทยทำตามกฎหมายทุกประการ พร้อมส่งเลขาฯสมช.และคณะดูความเป็นอยู่ชาวอุยกูร์ ที่เพิ่งถูกส่งกลับไปจีน ขณะที่รองโฆษกรัฐบาล ชี้รัฐบาลตุรกีประณามไทยแค่การเมืองภายในของเขา ห่วงกระแสนิยมตก ฮิวแมนไรต์วอตช์ ชี้ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ยิ่งหากอ้างว่ามีหลักฐานความผิดจากจีนก็ต้องเข้ากระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไม่ใช่ส่งตัวไปเฉย



จากกรณีที่กลุ่มมุสลิมอุยกูร์ในประเทศตุรกี ก่อเหตุประท้วงพร้อมบุกเข้าทำลายทรัพย์สินภายในสำนักงานสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ในนครอิสตันบูล ขณะเดียวกันก็มีม็อบฮือประท้วงหน้าสถานทูตไทยในกรุงอังการา เมืองหลวงตุรกี เพราะไม่พอใจที่รัฐบาลไทยส่งผู้อพยพชาวอุยกูร์ 109 คนกลับไปประเทศจีน ทั้งที่ตุรกีพร้อมรับตัว และก่อนหน้านี้ไทยเคยส่งผู้อพยพ 173 คนไปยังตุรกี จนต้อง สั่งปิดการให้บริการของสถานทูตและ สถานกงสุลชั่วคราว ขณะที่องค์กรต่างๆอาทิ กระทรวงต่างประเทศตุรกี ฮิวแมนไรต์วอตช์ ยูเอ็นเอชซีอาร์ ต่างประณามไทยกรณีละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ จนหวั่นบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งกับมุสลิมทั่วโลก



สหรัฐแถลงประณามไทย

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ก.ค. เว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่แถลงการณ์ของนายจอห์น เคอร์รี่ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ในนามตัวแทนรัฐบาล ในหัวข้อสหรัฐอเมริกาประณามการเนรเทศชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ในไทยไปประเทศจีน โดยมีรายละเอียดว่า "เราขอประณามการเนรเทศที่บีบบังคับของไทยในวันที่ 9 ก.ค. กรณีส่งตัวชาวอุยกูร์ มากกว่า 100 คนไปยังประเทศจีน ทั้งที่อาจถูกปฏิบัติรุนแรงและขาดกระบวนการที่เหมาะสม การกระทำนี้ขัดกับพันธกรณีที่ไทยมีกับนานาประเทศ และเคยปฏิบัติมานานในการคุ้มครองความปลอดภัยให้กับบุคคลที่เดือดร้อน



เรายังกังวลถึงวิธีที่จะคุ้มครองผู้ที่ต้องการ ลี้ภัย และผู้อพยพที่ด้อยโอกาสในไทย เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลประเทศ อื่นๆ ที่มีชาวอุยกูร์พักพิงอยู่ อย่าบีบบังคับการส่งชนกลุ่มน้อยอุยกูร์อีก



สหรัฐยังขอเรียกร้องให้รัฐบาลจีนปฏิบัติต่ออุยกูร์ที่รับตัวไปตามกฎระเบียบสากล อย่างโปร่งใส และภายในเวลาที่เหมาะสม เราจะกดดันทุกฝ่ายถึงความสำคัญในการเคารพสิทธิมนุษยชนและเคารพพันธสัญญาภายใต้กฎหมายสากล



เรายังคงกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ไทยในทุกระดับ ให้ปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีอยู่ ภายใต้อนุสัญญาป้องกันการซ้อมทรมาน ซึ่งมีตัวบทที่ห้ามการส่งตัวกลับในกรณีที่จะเผชิญอันตราย องค์กรระหว่างประเทศที่ทำงาน ช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมควรจะพบกลุ่มคนเหล่านั้นได้ และขอเรียกร้องให้ไทยยอมให้ อุยกูร์ ที่เหลืออยู่ในประเทศไทยเดินทางไปยังประเทศที่อยากไปอยู่ได้



ตุรกีสั่งดูแล 3 พันคนไทย

สำนักข่าวเอเอฟพี ประเทศฝรั่งเศส รายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ล่าสุดทางการไทยประกาศปิดสถานกงสุลในนครอิสตันบูล และฝ่ายกงสุลในสถานเอกอัครราชทูตไทย ที่กรุงอังการา ขณะที่ทางการตุรกียืนยัน จะดูแลสวัสดิภาพเจ้าหน้าที่การทูตของไทยและคนไทยที่มีอยู่ราว 3,000 คน



เว็บไซต์เดอะโกลบ แอนด์ เมล์ ประเทศแคนาดา รายงานว่านายบีลาล เดกีร์เมนซี และคณะจากกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนตุรกี "คันซูยู" กล่าวหาทางการไทยว่าบีบบังคับการส่งตัว ชาวมุสลิมอุยกูร์ไปยังจีน โดยระบุว่ามีพยาน 2 คนในที่เกิดเหตุชี้ว่าชาวอุยกูร์ ถูกนำตัวขึ้นไปบนรถบรรทุกเพื่อไปยังสนามบินทหาร โดยแต่ละคนอยู่ในสภาพถูกใส่กุญแจมือ ในจำนวนนี้มีผู้หญิงที่กำลังร้องไห้ พร้อมตะโกนให้ช่วยว่า "ช่วยเราด้วย อย่าให้เขาส่งพวกเรากลับไปจีน"



นายบีลาลกล่าวว่า ต่อมาพยานทั้ง 2 คนถูกเจ้าหน้าที่ไทยบีบบังคับให้ลบภาพนิ่งและเคลื่อนไหวของบรรดาชาวอุยกูร์ที่ถูกถ่ายไว้ได้ พร้อมขู่จะถูกดำเนินคดีหากพบภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโลกอินเตอร์เน็ต ส่วนกลุ่มคองเกรสชาวอุยกูร์ (The World Uyghur Congress) ในประเทศเยอรมนี ระบุว่าชาว อุยกูร์ที่ถูกทางการไทยส่งตัวกลับไปอาจถูกดำเนินคดีอาญาและการลงโทษขั้นรุนแรง อาจถึงขั้นประหารชีวิต โดยนายดิลซัต ราชิต โฆษกกลุ่มข้างต้น กล่าวว่า การส่งตัวชาว อุยกูร์กลับไปยังจีน ของไทย เกิดขึ้นจาก ความตกลงทางการเมืองระหว่างทางการของทั้งสองชาติ



"เยอรมัน"ก็ชุมนุมประท้วงไทย

ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี แจ้งผ่านเฟซบุ๊กของทางสถานทูต ว่าได้รับแจ้งจากตำรวจในท้องที่ว่า มีผู้ยื่นขออนุญาตประท้วงในบริเวณใกล้อาคารที่ทำการของสถานทูตไทยประจำกรุงเบอร์ลินในวันที่ 10 ก.ค. ระหว่างเวลา 15.00-17.00 น ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อแสดงความ ไม่พอใจต่อการที่รัฐบาลไทยตัดสินใจส่งชาว อุยกูร์ให้กับรัฐบาลจีน สถานทูตไทยประจำกรุงเบอร์ลินจึงขอความร่วมมือชุมชนไทยหลีกเลี่ยงการติดต่อราชการกับสถานทูตในวันที่ 10 ก.ค. ระหว่างเวลาข้างต้น และขอให้ชุมชน ชาวไทยเพิ่มความระมัดระวังตัวและติดตามข่าวสารจากสถานทูตอย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย



ขณะที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์ เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ออกประกาศเตือน คนไทยในยุโรปให้ระมัดระวัง หลีกเลี่ยง การแสดงความคิดเห็นหรือโต้เถียงใดๆ ในเรื่องชาวอุยกูร์กับชาวตุรกี รวมทั้งใช้ความระมัดระวังดูแลความปลอดภัยตนเอง ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวอาจขยายเหตุความไม่พอใจสู่ชุมชนตุรกีขนาดใหญ่ในประเทศต่างๆ ในยุโรปได้



"ประยุทธ์"ยันทำตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 11.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีหลายประเทศและองค์กรต่างๆ ตำหนิทางการไทยที่ส่งชาวอุยกูร์ส่วนหนึ่งกลับไปประเทศจีน ว่า ใครประท้วง แล้วเวลามีปัญหากับที่อื่น ไทยเคยประท้วงเขาบ้างไหมเวลาทำอะไรให้ประเทศเสียโอกาส สื่อก็ไม่เคยชี้แจงแทนประเทศ



นายกฯ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวพูดไปแล้ว ว่าอะไรถูกหรือผิด เราต้องปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ในฐานะที่เรามีพันธสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งมีทั้งประเทศตุรกีและจีน ถามว่าถ้าเราทำอะไรไม่เป็นธรรมได้หรือ วันนี้เหตุประท้วงที่ประเทศตุรกี ก็ทำลายสถานกงสุลไทย รู้หรือไม่ว่าเขาทำลายสถานทูตจีนไปแล้ว เรื่องนี้ต้องดูว่าอะไร คือผลประโยชน์ของชาติ กฎหมายระหว่างประเทศเราทำทุกอย่างแต่ก็ต้องดูกฎหมาย ของไทยด้วย แล้วการหลบหนีเข้าเมือง ผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีความละเอียดอ่อน สื่อต้องระมัดระวังในการนำเสนอ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ พยายามชี้แจงทำความเข้าใจ รัฐบาลเองก็พยายามขอร้อง และพยายามพูด แต่พูดมากไม่ได้ เพราะมีผลกระทบต่อทั้งสองประเทศ และประเทศไทยจะเสียผลประโยชน์ด้วย



"สิ่งที่ต้องดูคือ 1.คนเหล่านี้ทำผิดกฎหมายหรือไม่ 2.คนเหล่านี้มีชาติกำเนิดอย่างไร ต้องพิสูจน์สัญชาติ ใครอยู่ที่ไหนก็ส่งกลับไป หากมีกรณีความผิดต้องส่งกลับประเทศ หรือจะให้ไปไหนก็ได้หรืออย่างไร ก็ต้องหาทางคุยกันให้ได้ ทั้งอุยกูร์ จีน ตุรกี ต้องหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะรัฐบาลไทยไม่สามารถรับภาระเหล่านี้ได้อีกต่อไป แต่โดยขั้นต้นเราสามารถดูแลได้ เพราะเรารับดูแลมากี่ปีแล้ว จนมีลูกมีหลานเยอะแยะไปหมด" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว



เผยจีนรับรองความปลอดภัยอุยกูร์

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายประเทศไม่มั่นใจ ในความปลอดภัยของชาวอุยกูร์เมื่อส่งกลับประเทศจีน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จีนบอก จะดูแลความปลอดภัยให้ ถ้าอยากรู้ก็ไปถามจีนเขาสิ เพราะจีนรับรองมากับฝ่ายความมั่นคงว่า จะดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุด คนที่เราส่งตัวกลับไปเขาจะพิสูจน์เพื่อทราบอีกครั้งหนึ่งว่าเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ หรือไม่ ถ้าไม่เกี่ยวข้อง ก็จะปล่อยหมด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อยากจะฝากว่าการที่ไปทำลายสถานทูต และสถานกงสุล มันคงไม่ใช่ เพราะเรายังคงปกป้องทุกคนที่อยู่ในประเทศ รวมทั้งส่งคนไปดูแลสถานทูตตุรกีในไทยแล้ว ไทยกับตุรกีไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกันเลย ทูตของตุรกีก็บอกว่าพร้อมจะลงทุนกับรัฐบาล แล้วมีเหตุผลใดที่ตนจะต้องไปทำลายการลงทุนระหว่างไทยกับตุรกี หรืออยากให้ตนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนด้วย จะให้ตนเลือกทางใด จะเอาอย่างไร คนทั้งประเทศตอบมาสิ



ชี้ตุรกีประณาม-แค่การเมืองภายใน

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงสถานการณ์ความรุนแรงที่สถานกงสุลของไทยที่ประเทศตุรกี ว่า ยังไม่มีอะไรลุกลามบานปลาย เป็นสถานการณ์ที่ควบคุมได้ รัฐบาลตุรกีก็ให้ความร่วมมือกับไทย มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดในทุกระดับ ไม่น่าห่วง จากที่ตรวจสอบเพิ่มเติมก็ยังไม่มีคนไทยหรือนักท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น



เมื่อถามว่ารัฐบาลตุรกีออกแถลงการณ์ตำหนิประเทศไทย จะชี้แจงอย่างไรบ้าง พล.ต.วีรชนกล่าวว่า รัฐบาลไทยไม่ได้เตรียมตอบโต้ แต่อยากทำความเข้าใจว่าก่อนที่ตุรกีจะออกแถลงการณ์ ควรคิดให้รอบคอบ ที่ผ่านมาไทยให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ชาวอุยกูร์ ที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติแล้ว เมื่อชัดเจนว่าเป็นชาวตุรกี ไทย ก็ให้คนเหล่านั้นกลับไปยังประเทศตุรกีตามความต้องการ แต่อะไรที่ไม่ถูกต้องและ ไม่สามารถยืนยันได้ เราก็มีวิธีการ และต้องเคารพกฎหมายของประเทศอื่นด้วย



"การที่ตุรกีออกแถลงการณ์ ไม่ถึงกับทำ ให้เราเสียศักดิ์ศรี เขาคงมีเหตุผลของเขาในฐานะรัฐบาลเวลาที่มีกระแสกดดันในสังคม ถ้านิ่งเฉยไม่ทำอะไร ก็คงมีผลกระทบต่อความนิยม แต่ไม่ควรจะเอาปัญหาภายในประเทศ มาปะปนกับเรื่องระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความจริงควรจะต้องออกหนังสือขอบคุณไทยด้วยเพราะในสิ่งที่เราทำให้" รองโฆษกรัฐบาลกล่าว



เชื่อไม่ลุกลาม-อุยกูร์แค่คนส่วนน้อย

เมื่อถามว่าล่าสุดคนไทยในตุรกีต้องการเดินทางกลับมากน้อยแค่ไหน พล.ต.วีรชนกล่าวว่า ยืนยันว่าสถานการณ์ยังไม่ลุกลามบานปลายถึงขั้นต้องอพยพคนไทย ชาวอุยกูร์ในตุรกีเป็นเพียงกลุ่มชาติพันธุ์ย่อยๆ ชาวตุรกีส่วนใหญ่กับคนไทยยังมีความสัมพันธ์ที่ดี มีมิตรภาพที่แน่นแฟ้นใกล้ชิด ไม่มีปัญหาอะไร แต่ในสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อน ขอให้คนไทยในตุรกีให้ระมัดระวัง ประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปในสถานที่สุ่มเสี่ยงที่มีความเคลื่อนไหวของชาวอุยกูร์ หากมีอะไรให้สอบถามทางสถานทูต



เมื่อถามว่าถึงขั้นต้องปิดสถานเอกอัคร ราชทูตชั่วคราวหรือไม่ พล.ต.วีรชนกล่าวว่า ปิดแล้ว 1 วัน และจะประเมินสถานการณ์ วันต่อวัน ซึ่งเราคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่และคนไทย ไม่ได้คำนึงถึงเพียงเรื่องของทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว เพื่อลดความกดดันของเจ้าหน้าที่ และความปลอดภัย จึงสั่งปิดชั่วคราว ทั้งนี้เวลาไทย ทำอะไรถูกใจไม่มีใครชื่นชม แต่เมื่อทำอะไร ต่างไปจากความคิดของบางกลุ่ม ก็ขอให้มี วุฒิภาวะยอมรับฟังเหตุผลด้วย



ส่งสมช.บินจีนดูความเป็นอยู่ผู้อพยพ

ส่วนกรณีสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) แถลงการณ์ว่าไทยละเมิดข้อตกลงไม่ส่งตัวกลับ พล.ต.วีรชนกล่าวว่า การทำงานต่างๆ เรามีขั้นตอน ไม่ใช่จู่ๆ ใครมาขอตัวชาวอุยกูร์แล้วจะยกให้เลยทันที เบื้องต้นเมื่อมีชาวอุยกูร์หลบหนีเข้ามาประมาณ 300 กว่าคน เดิมทางการจีนขอตัวกลับทั้งหมด แต่ไทยปฏิเสธว่าไม่สามารถทำได้ เพราะเราต้องคำนึงถึงกฎกติกาสากล ก็ต้องหาหลักฐานข้อมูลการพิสูจน์สัญชาติและหาทางออกให้กับทุกฝ่าย ให้เกิดความพอใจกับทุกฝ่าย และ ความเป็นธรรม ไม่ได้คำนึงถึงความพึงพอใจ อย่างไม่มีกฎเกณฑ์ เราคำนึงถึงความบริสุทธิ์ยุติธรรม ความเท่าเทียมเสมอภาคและดำเนินการตามขั้นตอน แต่ถ้าใครมีความผิดก็ต้อง ส่งกลับไปประเทศจีน



"ใครว่าเราไม่คำนึงถึงหลักมนุษยธรรม อยากให้ถามเราก่อนว่ามีข้อพิจารณาอย่างไร เราไม่ได้ทำอะไรแบบชุ่ยๆ ใครขออะไรมาก็ให้ไปเลยทันที เราคำนึงถึงเรื่องชีวิตความปลอดภัย มีกฎกติกาเงื่อนไขต่างๆ ที่ได้คุยกับจีน สัปดาห์หน้าทางฝ่ายความมั่นคงคือ สมช. และกระทรวงการต่างประเทศ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมเยียนและดูแลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าคนเหล่านี้ได้รับการดูแลอย่างไร มีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างยุติธรรมหรือไม่ และจะเชิญองค์กรนานาชาติหรืออย่างองค์กรกาชาดสากลระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) เข้ามาร่วมในการรับรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาวอุยกูร์ที่ส่งกลับไปยังประเทศจีน" พล.ต.วีรชนกล่าว



ยังไม่ชัดส่งอุยกูร์ที่เหลือไปจีนไหม

พล.ต.วีรชนกล่าวว่า ส่วนของชาวอุยกูร์ ที่เหลืออยู่ในประเทศไทย กว่า 100 คน จุดยืนก็ยังคงเหมือนเดิมว่าถ้ายังไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้ ก็ต้องดำเนินการตามหลักกฎหมายไทย โดยถือว่าบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ที่หลบหนีเข้าเมือง กรณีที่จะส่งไปประเทศต่างๆ แต่ถ้าไม่มีหลักฐานก็ต้องมาว่ากันอีกที คงต้องมีหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการ อีกครั้งหนึ่ง ยอมรับว่าในข้อตกลงของไทย กับจีน ในการดูแลชาวอุยกูร์ที่ส่งกลับไปจีน คือสามารถที่จะเข้าไปเยี่ยมเยียน ตรวจสอบความปลอดภัย และจีนรับปากว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ชาวอุยกูร์ด้วย



บัวแก้วเตือนสถานทูตไทยทั่วโลก

ขณะที่นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์แสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินการของไทยกับกลุ่มผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวมุสลิม ที่อ้างว่าเป็นชาวตุรกีหรือชาวอุยกูร์นั้น จึงสั่งกำชับไปยังสถานเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ติดต่อประสานเครือข่ายสมาคมคนไทยในต่างประเทศให้ดูแลคนไทยในประเทศนั้นๆ อย่างเต็มที่ รวมทั้งเพิ่ม ความระมัดระวังรักษาความปลอดภัยให้กับ สถานทูต ด้านรัฐบาลตุรกีเพิ่มการอารักขารักษาความปลอดภัยของสถานทูตไทย ณ กรุงอังการา และชุมชนชาวไทยมากขึ้น ส่วนเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยยังทำงานตามปกติ เพียงแต่ปิดทำการในส่วนของงานกงสุล เพื่อให้คนไทยไม่ต้องเดินทางมายังสถานทูตไทย แต่สามารถติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ได้



นายเสขกล่าวอีกว่า ส่วนที่จะมีผู้ชุมนุมรวมตัวประท้วงหน้าสถานเอกอัครราชทูตไทย ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เจ้าหน้าที่ตำรวจเยอรมนี เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย เพื่ออารักขาสถานทูตและให้การชุมนุมเป็นไปอย่างเรียบร้อยดี โดยที่ผู้ชุมนุมสามารถประท้วงเพื่อแสดงออกทางความคิดก็สามารถทำได้ในช่วงเวลาที่ได้ยื่นขอกับทางการเยอรมนี ภายใต้กฎหมายของประเทศ



ส่วนกรณีของชาวอุยกูร์ที่เหลืออยู่ในไทย 60 กว่าคน ยังอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติและกระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่า จะต้องดำเนินการตามความเหมาะสม และพิจารณาอย่างรอบคอบต่อไป



สมช.สรุปเหตุอุยกูร์ในไทย

เมื่อเวลา 17.30 น. นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสมช. สรุปสถานการณ์การเข้ามาของชาวอุยกูร์ในไทย ว่า พบครั้งแรกที่ 13 มี.ค.57 โดยทางด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.6) พบผู้หลบหนีเข้าเมือง 222 คนที่สวนยางพารา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และพบครั้งที่ 2 ในวันที่ 20 มี.ค. 57 อีก 77 คน และอีก 200 คนบริเวณชายแดนกัมพูชา ซึ่งไทยได้ดูแลตามมาตรฐาน ภายใต้ความรับผิดชอบ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์



จากหลักฐานของทุกฝ่าย เราแยกชาวอุยกูร์ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 172 คน เป็นเด็ก 140 คน ผู้หญิง 32 คน ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย แต่อาจมีบางส่วนได้รับผล จากการชักจูงกันอพยพเข้าไทย จึงประสาน ทั้งไปยังทั้งจีนและตุรกี โดยไทยตัดสินใจ ให้นำผู้หญิงและเด็ก 172 คน ไปประเทศตุรกี ซึ่งเป็นตามความสมัครใจ และสถานทูตตุรกีเป็นคนจัดส่งไปด้วยความเรียบร้อย



ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง 109 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 85 คน ผู้หญิง 24 คน ที่รับการพิสูจน์สัญชาติจากรัฐบาลจีนแล้ว มีการดำเนินการส่งไป ยังจีน โดยหารือและมีการยืนยันชัดเจนว่ากลุ่มบุคคลนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ซึ่งรัฐบาลจีนยืนยันว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะได้รับความปลอดภัยและเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ไทยจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เป็นเพียงประเทศรองรับกลุ่มคนเหล่านี้ ประเทศเจ้าของสัญชาติอย่างจีนประสงค์และมีหลักฐาน จึงจำเป็นต้องส่งคนเหล่านี้ไปจีน ยืนยันสิ่งที่ดำเนินการตามหลักกฎหมาย หลักปฏิบัติรอบคอบเพียงพอ



นายอนุสิษฐกล่าวว่า จีนให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลความปลอดภัย และพร้อมให้ไทยส่งตัวแทนเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งตนจะนำคณะ เดินทางไปด้วยตนเองประมาณสัปดาห์หน้า ขณะนี้รอการอนุมัติจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหมอยู่



แอมเนสตี้จี้เลิกส่งอีก 50 อุยกูร์

นายนิโคลัส เบกุยลิน ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก องค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ทางการไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศในการบังคับส่งชาวอุยกูร์ 109 คน ไปจีน เหมือนเป็นการลงโทษพวกเขาอย่าง ร้ายแรงสุดเท่าที่จะจินตนาการได้ หลายครั้ง ชาวอุยกูร์ซึ่งถูกส่งตัวกลับไปจีน ต้องสูญหายไปในหลุมดำ บางส่วนถูกควบคุมตัว ถูกทรมาน และในบางกรณีถูกศาลตัดสินประหารชีวิต และถูกประหารไปแล้ว



พร้อมเรียกร้องให้ทางการไทย ต้องปฏิบัติตามหลักการห้ามส่งกลับ ซึ่งห้ามส่งบุคคลไปยังประเทศหรือเขตอำนาจศาล ที่มีความเสี่ยงว่าพวกเขาจะถูกละเมิดหรือถูกปฏิบัติโดยมิชอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่าง ร้ายแรง จึงขอให้ทางการไทยไม่ส่งชาวอุยกูร์อีก 50 คน ที่ยังอยู่ในประเทศไทยไปจีน เนื่องจากเสี่ยงจะถูกทรมาน อาจถูกบังคับ ให้สูญหาย และอาจถูกประหารชีวิต และจีนต้องเปิดเผยที่อยู่ของชาวอุยกูร์กว่าร้อยคน ที่ถูกส่งตัวกลับไปแล้ว



"สุณัย"ย้ำผิดกม.ระหว่างประเทศ

นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรต์วอตช์ ประเทศไทย เผยกับสำนักข่าวบีบีซี ว่า การส่งตัวชาวอุยกูร์ไปจีน ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และหากยึดตามข้ออ้างว่าจีนส่งหลักฐานยืนยันว่าพัวพันการกระทำผิดในจีน ก็เป็นเรื่องที่ต้องเข้าสู่กระบวนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไม่ใช่จะตัดสินใจแล้วส่งตัวได้ทันที นอกจากนี้ พบว่าการส่งตัวกลับ กระทำอย่างลับๆ และ รีบร้อน ในยามวิกาลและไม่มีการแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ตนเองถูกปลุกในตอนกลางคืน ด้วยโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากนักกิจกรรมอุยกูร์ในไทย แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้



นายสุณัยกล่าวว่า การจะบังคับส่งตัวโดยใช้หลักพิสูจน์สัญชาติ ก็ต้องมีองค์กรอื่นเข้ามามีส่วนร่วมในการพิสูจน์สัญชาติโดยเฉพาะ ยูเอ็นเอชซีอาร์ หรือสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ แต่ไทยก็ไม่ได้ทำ เนื่องจากยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุชัดในแถลงการณ์ว่าไม่รู้ข่าวมาก่อน นอกจากกระบวนการที่ ไม่โปร่งใส ไทยยังละเมิดหลักการเรื่องไม่ให้ส่งตัวกลับ หากเห็นว่าจะเป็นอันตรายอันเป็นข้อที่ระบุไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันการซ้อมทรมานที่ไทยรับรองไปแล้ว ถือว่า ทำผิดพันธกรณีระหว่างประเทศชัดเจน แม้ไม่มีบทลงโทษ แต่เรื่องนี้จะมีผลต่อสถานะของไทยในเวทีระหว่างประเทศ กระทบความพยายามที่อยากจะเข้าไปมีที่นั่งในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ และ ที่สำคัญคือกระทบความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศมุสลิม



พลเมืองมุสลิมในไทยก็ประณาม

วันเดียวกัน กลุ่มพลเมืองมุสลิม ออกแถลงการณ์กรณีชาวอุยกูร์ประณามคณะรัฐบาลทหารประเทศไทย ที่ผลักไสไล่ส่ง ผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ร้อยกว่าชีวิตให้แก่รัฐบาลจีน ระบุว่า จากกรณีที่รัฐบาลไทยผลักไสไล่ส่ง ผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ร้อยกว่าชีวิตให้แก่รัฐบาลจีน ด้วยความไม่สมัครใจของชาวอุยกูร์ ทำให้เกิดกระแสการประท้วงต่อต้านรัฐบาลไทยและ บุกทำลายสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ส่งผลทำให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสามัญที่สังกัดในนามประเทศไทย ตรุกี และจีน อาจจะได้รับภัยอันตรายจากการตัดสินใจของคณะรัฐบาลทหารไทยครั้งนี้



เราในนามพลเมืองมุสลิม ขอแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ข้างต้นดังนี้ 1.เราขอประณามคณะรัฐบาลทหารประเทศไทย ที่ผลักไส ไล่ส่งผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ร้อยกว่าชีวิตให้แก่รัฐบาลจีน เพราะเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ว่าด้วยอนุสัญญาป้องกันการซ้อมทรมาน ซึ่งมีตัวบทที่ห้ามการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศหรือสถานที่ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการ ได้รับภัยอันตราย



2. เราไม่เห็นด้วยกับกลุ่มผู้ประท้วงที่บุกทำลายอาคารสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น กงสุล สถานเอกอัครราชทูต ทรัพย์สิน ร้านค้า ของผู้ถือสัญชาติไทยและจีน รวมถึงปัจเจกบุคคล ที่เดินทางเข้าไปในประเทศตุรกี เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลทหารไทย ที่ไม่มีความชอบธรรมใดๆ จากการใช้สิทธิตัดสินใจส่งตัวกลับ และไม่ได้ปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือแม้กระทั่งรับฟังความรู้สึกของพลเมืองมุสลิมและสังคมไทย



จี้รบ.ขอโทษ-หาคนรับผิด

3.เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยออกมาขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้น และดำเนินการติดตาม รายงานผล การเดินทางไปประเทศจีน ของกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ร้อยกว่าชีวิตให้แก่สื่อมวลชนได้รับทราบ และจะดำเนินการตามกฎหมายสากลกับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่ยังคงพำนักในประเทศไทย ด้วยการส่งตัวโดยสมัครใจไปยังประเทศที่ผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ต้องการ และเป็นที่ทราบกันดีว่า ชาวอุยกูร์ ที่เหลือต้องการเดินทางไปยังประเทศตรุกี และทางตรุกีก็ยินดีรับเข้าไปประเทศอย่าง ถูกต้องตามกฎหมายสากล



4.เราขอเรียกร้องให้มุสลิมในประเทศไทย ตระหนักถึงการทำงานของรัฐบาลอำนาจเผด็จการที่ไม่สามารถเอื้ออำนวยให้แก่พลเมืองมุสลิม และปิดกั้นสิทธิ เสรีภาพ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบรัฐบาล ตั้งแต่เรื่อง โรฮิงยา จนกระทั่ง ชาวอุยกูร์ ในปัจจุบัน



สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี หรือเปอร์มาส ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐไทยเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชาวอุยกูร์ จึงขอเสนอแนวทางและเรียกร้องให้ รัฐไทย ต้องไม่ส่งผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับประเทศตามหลักการ "non ? refoulement" (หลักการห้ามผลักดันกลับ) เพราะด้วยเหตุผลความหวาดกลัวการประหัตประหารการคุกคาม



7 องค์กรจับตาชะตากรรมอุยกูร์

ขณะที่ 7 องค์กร ประกอบด้วย 1.เครือข่ายประชากรข้ามชาติ (Migrants Working Group) 2.สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน 3.มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา 4.โครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (stateless watch) 5.มูลนิธิส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (Prorights Foundation) 6.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม 7.สมาคมสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน เรียกร้องให้ รัฐบาลไทยทบทวนการปฏิบัติตามกติการะหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาค และในฐานะสมาชิกองค์การสหประชาชาติ และตรวจสอบหาผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับให้ยูเอ็นเอช ซีอาร์ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อกำหนดแนวทางให้ความช่วยเหลือ และให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ เฝ้าติดตามชะตากรรมและตรวจสอบการดำเนินการใดๆ ของรัฐบาลจีนต่อชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับ และให้รัฐบาลจีนเปิดโอกาสให้ผู้แทนองค์การสหประชาชาติเข้าตรวจสอบ เพื่อประกันการอยู่ร่วมกันของประชาชนที่มีวัฒนธรรม ภาษา ศาสนาที่หลากหลาย อย่างสันติ เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ


หน้า 1



Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.