มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 551 คน
วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 8973 ข่าวสดรายวัน


วาระสุดท้าย เล่าปี่ (92)


วิถีแห่งอำนาจ ลกซุน
เสถียร จันทิมาธร



ฝ่ายพระเจ้าเล่าปี่ซึ่งประทับอยู่ ณ วังหย่งอันกง เมืองเป๊กเต้ ทรงประชวรลุกไม่ขึ้น พระอาการมีแต่ทรงทรุดหนักลงทุกวัน



ในเดือน 4 ฤดูร้อนปีที่ 3 ศักราชจังอู่



พระเจ้าเล่าปี่รู้ตัวว่า พระอาการมีแต่ทรุดหนักลงยิ่งทรงรำลึกถึงกวนอูและเตียวหุย ทรงกันแสงร่ำไห้เป็นการใหญ่ทำให้พระอาการป่วยยิ่งทรุดหนักลงอีก พระเนตรลอยไม่อยากเห็นหน้าผู้คน ถึงกับทรงตวาดไล่ทหารซ้ายขวาออกไปจากห้องและทรงบรรทมหลับอยู่บนพระแท่นแต่ผู้เดียว



พลันมีลมพายุพัดเข้ามา ตะเกียงในห้องกวัดแกว่งไปมาแล้วดับลง ไม่ช้าก็กลับลุกสว่างขึ้นอีก ทอดพระเนตรเห็นเงาตะเกียงมีคน 2 คนยืนอยู่ พระเจ้าเล่าปี่ทรงพิโรธรับสั่ง ถามว่า



"เราไม่สบายใจได้สั่งให้พวกเจ้าออกไปข้างนอกเสียไฉนจึงกลับเข้ามาอีก"



แล้วทรงตวาดไล่ให้คนทั้ง 2 ออกไป พอเผยอพระกายลุกขึ้นดูก็เห็นคนแรกเป็น กวนอู คนหลังเป็นเตียวหุย ทรงตกพระทัยนักตรัสถามว่า



"น้องเราทั้ง 2 ยังมีชีวิตอยู่หรือนี่"



กวนอูทูลว่า "พวกข้าพเจ้าเป็นผีมิใช่คน พระผู้เป็นเจ้าทรงเห็นเรา 2 คนตั้งอยู่ในความสัตย์เมื่อครั้งมีชีวิตอยู่จึงโปรดให้เป็นเทพยดา พี่จะได้มาอยู่ร่วมกับน้องๆ ในไม่ช้านี้แล้ว"



พระเจ้าเล่าปี่คว้ามือเทพยดาทั้ง 2 ไว้ทรงกันแสงร่ำไห้เป็นการใหญ่



แล้วทรงสะดุ้งตื่นจากบรรทมก็ไม่เห็นน้องทั้ง 2 เสียแล้วจึงรีบเรียกทหารมาถามดูขณะนั้นเป็นเวลาตี 3 พระเจ้าเล่าปี่ถอนพระทัยแล้วว่า



"เราคงต้องตายในไม่ช้านี้แล้ว"



เมื่อขงเบ้งมาเข้าเฝ้าเห็นพระเจ้าเล่าปี่ทรงมีพระอาการหนักมากจึงกระทำคำนับอยู่ข้างพระแท่น พระเจ้าเล่าปี่รับสั่งให้ขงเบ้งขึ้นมานั่งริมพระแท่น



เอาพระหัตถ์ลูบหลังขงเบ้งแล้วตรัสว่า



"เมื่อเราได้ท่านมาช่วยทำนุบำรุงบ้านเมืองนั้นก็สำเร็จการดังหมายทุกประการ ครั้งนี้ข้าพเจ้าด้อยสติปัญญามิฟังคำท่านจึงพ่ายแพ้ย่อยยับถึงปานฉะนี้ รู้สึกเสียใจจนล้มเจ็บลงความตายอยู่ไม่ไกลเราแล้ว การแผ่นดินทั้งปวงในภายหน้าเราขอฝากไว้แก่ท่านช่วยทำนุบำรุงบุตรเราต่อไปด้วยเถิด"



สิ้นกระแสรับสั่งน้ำพระเนตรก็ไหลท่วมพระพักตร์



ขงเบ้งร่ำไห้แล้วทูลว่า "ขอพระองค์จงรักษาพระวรกายให้ดีเถิดจะได้เป็นมิ่งขวัญแก่ใต้ฟ้าต่อไป"



พระเจ้าเล่าปี่ส่ายพระพักตร์ไปมา



หนังสือสามก๊กสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายว่า ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นคิดสงสารก็ร้องไห้จึงว่า "พระองค์อย่าวิตกเลย บุตรของพระองค์ 3 คนนั้นข้าพเจ้าจะทำนุบำรุงต่อไป แต่พระองค์อุตส่าห์กินยารักษาโรคให้หายเถิด"



แล้วจึงให้หาขุนนางแลที่ปรึกษาเข้ามา



พระเจ้าเล่าปี่จึงเขียนอักษรมอบราชสมบัติให้บุตรตามประเพณีกษัตริย์ส่งให้ขงเบ้งแล้วก็ทอดใจใหญ่



หนังสือสามก๊กสำนวน วรรณไว พัธโนทัย บรรยายว่า รับสั่งแล้วให้เรียกขุนนางทั้งปวงเข้ามาในวังแล้วทรงหยิบกระดาษกับพู่กันขึ้นมาเขียนอักษรมอบราชสมบัติไว้แก่ขงเบ้ง



พลางถอนพระทัยใหญ่ตรัสว่า



"ข้าพเจ้าเล่าเรียนหนังสือน้อยความรู้จึงน้อยนัก โบราณว่าไว้ว่า หัวหน้านกตาย ฝูงนกย่อมเศร้าโศก ผู้เป็นนายคนถึงแก่ความตายก็ย่อมเหมือนกันแล ท่านทั้งปวงกับข้าพเจ้าเดิมจะตั้งตัวนั้นหมายร่วมกันกำจัดอ้ายโจรแซ่โจ สถาปนาไว้ซึ่งราชบัลลังก์ เคราะห์ร้ายแท้ๆ ที่การยังมิทันสำเร็จข้าพเจ้าก็ต้องจากพวกท่านไปเสียแล้ว จึงใคร่ขอให้ท่านสมุหนายกจงมอบราชสมบัติของข้าพเจ้าแด่เล่าเสี้ยนเถิด ขอให้ถือว่านี่เป็นเรื่องแน่นอน ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ขอให้ท่านสมุหนายกช่วยชี้แนะเล่าเสี้ยนด้วย"



ขงเบ้งแลขุนนางทั้งปวงต่างพากันร้องไห้แล้วกระทำคำนับลงกับพื้นพลางว่า



"ขอพระองค์ทรงสงบพระวรกายด้วยดีเถิด พวกข้าพเจ้าพร้อมที่จะพลีตนเป็นหมาและม้ารับใช้พระองค์อย่างเต็มกำลัง เพื่อทดแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ตลอดไป"



พระเจ้าเล่าปี่สิ้นพระชนม์ ณ วันที่ 24 เดือน 4 ฤดูร้อน ปีที่ 3 แห่งศักราชจังอู่



สิริพระชนมายุ 63 พรรษา



ฝ่ายลกซุน นายทหารเอกเมืองง่อ นับแต่ได้ตีทัพเมืองวุยพ่ายไปแล้วซุนกวนแต่งตั้งให้มียศเป็น ผูกว๋อเจียงจวิน (นายทหารช่วยชาติ) มีตำแหน่งเป็นพระยาเจี่ยงหลิงโหว ปกครองแคว้นเกงจิ๋ว



อำนาจทางทหารจึงตกแก่ลกซุนแต่นั้นมา



สำนวนเจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายว่า ฝ่ายลกซุนครั้นตีทัพพระเจ้าโจผีแตกทั้ง 3 ทางแล้วกลับเข้ามามีความชอบ



พระเจ้าซุนกวนตั้งลกซุนให้เป็นใหญ่ เลื่อนที่ขึ้นไป


หน้า 26



Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.