มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 437 คน
วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 8979 ข่าวสดรายวัน


ได้ทีก็รุก รู้ยากก็ถอย (96)


วิถีแห่งอำนาจ ลกซุน
เสถียร จันทิมาธร



ยังเป็นบทสรุปจากหลี่ปิงเอี้ยน ซุนจิ้ง ในหนังสือกลศึกสามก๊ก สำนวนแปล บุญศักดิ์ แสงระวี อยู่



พูดกันในแง่ยุทธศาสตร์ สงครามที่เล่าปี่ก่อขึ้นโจมตีง่อก๊กเพื่อแก้แค้นแทนกวนอูนั้นเป็นการปฏิบัติการที่ผิด ขาดการพิจารณากาลเทศะอย่างรอบคอบ



แต่เมื่อมองจากกระบวนการพัฒนาของการรบแล้วในระยะแรกเล่าปี่อาศัยกำลังทหารที่เหนือกว่า ภูมิประเทศที่ดีกว่า ตลอดจนขวัญของทหารซึ่งถูกปลุกเร้าขึ้นมาภายใต้การนำอันจะแก้แค้นล้างความอัปยศ ก็สามารถโจมตีเมือง ยึดพื้นที่ รบชนะหลายครั้ง



ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเมืองหรือทางด้านการทหารก็ล้วนเป็นฝ่ายกระทำอยู่ตลอดเวลา



ง่อก๊กถูกบีบให้จำต้องเสนอขอเจรจาสันติอีกครั้ง ในตอนนี้ถ้าเล่าปี่มีความคิดแจ่มชัดฉวยโอกาสนี้หยุดการโจมตี เปิดการเจรจากับง่อก๊ก ในขณะเดียวกันก็ใช้กำลังทหารข่มประสานกับการเอาชนะทางการทูต ก็จะสามารถบรรลุถึงการ "ไม่ต้องรบก็สยบข้าศึกได้" ในขอบเขตที่แน่นอนหนึ่ง



ฟื้นฟูสถานการณ์ทางยุทธศาสตร์แห่งการเป็นพันธมิตรระหว่างซุนกวนกับเล่าปี่ขึ้นใหม่



ทว่า เล่าปี่กลับถูกชัยชนะในตอนแรกของการรบปั่นหัวเอาจนมัวเมาไปหมด บวกกับความเคียดแค้นส่วนตัว ทำให้ไม่สามารถเข้าใจในสถานการณ์และควบคุมอารมณ์ของตนได้ ยืนยันที่จะนำทหารบุกรุกเข้าไปหมายจะทำลายง่อก๊กให้สิ้นไปในฉับพลันทันที



ผลสุดท้ายเมื่อกองทัพใหญ่ของเขารุกถึงอิเหลงก็ได้กลายเป็นเกาทัณฑ์หมดแรง



เป้าหมายในการทำลายง่อก๊กมิใช่แต่ไม่อาจจะบรรลุกลับถูกง่อก๊กใช้คบเพลิงเผาจนต้องถอดเกราะทิ้งหมวกหนีเอาตัวรอด



ตรงกันข้าม ลกซุนหลังจากรบชนะเล่าปี่แล้วก็ฉวยโอกาสไล่ติดตามทหารจกก๊กไป ไล่ไปได้ระยะหนึ่งก็หยุดถอนทัพออกจากที่นั่นทันที



ขุนพลที่ติดตามล้วนแต่สงสัยจึงถามว่า



"เล่าปี่พ่ายแพ้หมดหนทางจะสู้รบกับเราแล้วถูกล้อมอยู่ในเมืองเล็กเพียงเท่านี้เป็นโอกาสดีที่จะบุกเข้าโจมตีอีกแต่ท่านพบกับค่ายหินก็กลับถอยหนีมิทราบว่าเพราะเหตุผลกลใด"



ลกซุนตอบว่า



"ข้าพเจ้าหาได้กลัวค่ายหินจึงถอยไม่ แต่ข้าพเจ้าคาดคะเนว่าโจผีทางวุยก๊กโน้นเล่ห์เหลี่ยมของเขาไม่แตกต่างอะไรกับโจโฉผู้เป็นบิดา บัดนี้แม้นได้ทราบว่าเราไล่ตามกองทัพจกก๊กไปดีร้ายคงอาศัยช่องว่างลอบเข้าตีง่อก๊กเราเป็นแน่ ถ้าแม้นเราลึกเข้าไปในเสฉวนจะถอยก็ยาก จะรับมือกับโจผีไม่ทัน"



ดังนั้น ลกซุนจึงสั่งให้ขุนพลคนหนึ่งนำทัพระวังหลัง ส่วนตัวเองก็รีบยกทัพใหญ่กลับไป



ซึ่งก็มิได้ผิดไปจากที่ลกซุนได้คาดคะเนไว้ ลกซุนกลับกังตั๋งได้ไม่ถึง 2 วัน ทัพ 3 ทางของวุยก๊กก็ประชิดติดชายแดนของง่อก๊กเข้ามา



แท้ที่จริงในขณะนั้นแม้จะไม่มีกองทัพวุยก๊กเข้ามาตีทางด้านหลัง การที่ลกซุนหยุดทัพถอนตัวกลับก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะว่าการรบคราวนั้นแม้ง่อก๊กจะชนะแต่ก็ยังไม่สามารถทำลายจกก๊กซึ่งมีกำลังใหญ่ขนาดนั้นไปทั้งหมดได้



ถ้าขืนลึกเข้าไปในเสฉวนก็จะกลายเป็นเกาทัณฑ์ที่หมดแรง



อาจจะแสดงโศกนาฏกรรมแห่งความพ่ายแพ้ที่อิเหลงของเล่าปี่ซ้ำอีกก็เป็นได้



หนังสือ "ตำราพิชัยสงครามอู๋ฉี่" กล่าวไว้ในขณะที่เน้นถึงเรื่องแม่ทัพพึงใช้วิธีรับมือกับข้าศึกตามสภาพที่แตกต่างกันของข้าศึกว่า



"ได้ทีก็รุก รู้ยากก็ถอย"



ที่เรียกว่า "รู้ยากก็ถอย" หมายถึง เมื่อมีความเข้าใจว่าถ้าหากเรารุดหน้าต่อไปก็อาจจะนำมาซึ่งผลที่ไม่ดีแก่ตนหรือก่อให้เกิดกระแสทวนในสถานการณ์รบแล้ว ก็จะต้องตัดสินใจเด็ดขาดหยุดการโจมตีหรือรีบถอยเสียโดยเร็ว



สรรพสิ่งใดๆ ในการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่นั้นล้วนแต่มีจุดแนวเขตที่แน่นอนหนึ่ง เมื่อข้ามจุดแนวเขตนี้ไปสรรพสิ่งก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพ



การต่อสู้ทางการทหารก็เป็นเช่นเดียวกัน



การโจมตีภายใต้เงื่อนไขที่เป็นประโยชน์เป็นพฤติการณ์อันเป็นฝ่ายกระทำ แต่การที่จะโจมตีถึงระดับไหนมิใช่จะถูกบังคับโดยกำลังของเรากับข้าศึกเท่านั้น ขณะเดียวกันยังรับผลสะเทือนจากสถานการณ์ทางยุทธศาสตร์ทั้งหมดด้วย



ถ้าหากไม่สามารถเข้าใจปัญหาทางด้านมหภาคแล้ว ยังคงรุดหน้าต่อไปภายใต้สภาพนอกเหนือขีดจำกัดของกำลังตน อำนาจการเป็นฝ่ายกระทำก็จะแปรเปลี่ยนไปอยู่ในมือของข้าศึก สถานการณ์ที่เคยเป็นประโยชน์กลับจะกลายเป็นสถานการณ์ที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน



นี่คือวัตถุนิยมวิภาษของสงคราม นี่คือกฎแห่งการเปลี่ยนแปลงของการสู้รบ



กล่าวโดยทั่วไปแล้วในสถานการณ์ชนะผู้บัญชาการส่วนมากมักจะมีความเห็นว่าให้ฉวยโอกาสไล่ตามตี แต่ในบางครั้งเนื่องจากถูกจำกัดโดยเงื่อนไขต่างๆ สถานการณ์แห่งชัยชนะก็อาจแฝงเร้นด้วยวิกฤตแห่งการพ่ายแพ้ได้



ผู้บัญชาการถ้าหากขาดการวิเคราะห์อย่างถูกต้องต่อสถานการณ์ทั้งหมดผลสุดท้ายก็จะเกิดห่วงหน้าเสียหลัง ตกลงไปในหลุมดักที่ฝ่ายตรงข้ามขุดล่อไว้



ด้วยเหตุนี้ "รู้ยากก็ถอย พอควรก็หยุด" จึงเป็นปัญหาที่พึงให้ความสนใจในฐานะฝ่ายกระทำ


หน้า 26



Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.