มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 529 คน
วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 8967 ข่าวสดรายวัน


การรุก ของ ลกซุน (88)


วิถีแห่งอำนาจ ลกซุน
เสถียร จันทิมาธร



ระหว่างสำนวน วรรณไว พัธโนทัย กับ สำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) มีความแตกต่างกันอย่างน่าศึกษา อย่างน่าเปรียบเทียบ



ทั้งหมดของตอนที่แล้วเป็นสำนวน วรรณไว พัธโนทัย



แต่ละบรรทัดต่อไปนี้เป็นสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เลือกเอามาแต่เฉพาะเมื่อมีการสัประยุทธ์กันอย่างดุเดือด



ฝ่ายฮันต๋ง จิวท่าย นายทัพบก จูเหียน นายทัพเรือ ทั้ง 3 นายยกมาคอยตามสัญญา



ครั้นเห็นลมพัดกล้าแล้วก็พร้อมกันขับ ทหารบก เรือ พากันโห่ร้องรบเข้าไปถึงค่ายแล้วจุดเพลิงขึ้นพร้อมกัน



ฝ่ายพระเจ้าเล่าปี่ครั้นได้ยินทหารโห่ร้องรบเข้ามาแล้วจุดไฟติดค่ายลุกขึ้นพร้อมกัน ดังนั้นก็ตกใจนัก จะยกไปช่วยข้างไหนก็มิได้ ไฟก็เกิดนัก ลมก็พัดกล้า แต่ละล้าละลังอยู่ ทหารอยู่ค่ายเคียงซ้ายเคียงขวาก็แตกกันมาค่ายพระเจ้าเล่าปี่



เหยียบกันตายเป็นอันมาก



พระเจ้าเล่าปี่ครั้นเห็นเหลือกำลังจะสู้รบแล้วก็ขึ้นม้าคุมทหารหนีไปหาปองสิบ เห็นค่ายปองสิบเล่าไฟก็ติดลุกขึ้น



ฝ่ายปองสิบขี่ม้าคุมทหารหนีออกมานอกค่ายพบซีเซ่งนายทหารเมืองกังตั๋งก็รบกันอยู่



พระเจ้าเล่าปี่เห็นปองสิบรบกับทหารเมืองกังตั๋ง ดังนั้น กลัว ก็ควบม้าคุมทหารหนีไปข้างทิศตะวันออก ฝ่ายซีเซ่งเห็นพระเจ้าเล่าปี่หนีไปดังนั้นก็ทิ้งปองสิบเสีย



รีบติดตามพระเจ้าเล่าปี่



พระเจ้าเล่าปี่แต่รบพลางหนีพลางไปได้ประมาณ 100 เส้น พบเตงฮองคุมทหาร เมืองกังตั๋งสกัดรบอยู่ข้างหน้าตกใจนัก



จะหนีไปข้างไหนก็ใช่ที่ แต่รบละล้าละลังอยู่



ฝ่ายเตียวเปาซึ่งพระเจ้าเล่าปี่ใช้ออกไปสอดแนมดูเห็นแสงเพลิงติดมาก็รู้ว่าแตกแล้วก็เที่ยวหาพระเจ้าเล่าปี่



ครั้นได้ยินเสียงโห่ร้องรบกันก็รีบฝ่าหักเข้าไปดู ครั้นเห็นเตงฮองแตกถอยไปแล้วก็พบพระเจ้าเล่าปี่ พระเจ้าเล่าปี่ก็พากันหนีไปประมาณ 300 เส้นพบเปาเตียวคุมทหาร เดินมา



ก็ได้บรรจบกับพระเจ้า เล่าปี่พากันหนีไป



ฝ่ายลกซุนคุมทหารไล่ติดตามพระเจ้าเล่าปี่มาข้างหลัง ฝ่ายเปาเตียว เตียวเปาเห็นลกซุนไล่ติดตามมาเห็นว่าจะหนีไม่พ้นจึงทูลพระเจ้า เล่าปี่ว่า



"เขาม้าอั้วนี้ก็ชอบกล เวลาจวนค่ำแล้ว ขอเชิญท่านขึ้นอยู่บนเขานี้ก่อนเถิดข้าพเจ้าจะ รบอยู่บนซอกเขานี้ไม่ให้เข้ามาได้"



พระเจ้าเล่าปี่ก็ขึ้นไปอยู่บนเขาม้าอั้ว เตียวเปา เปาเตียวก็คุมทหารคอยรบอยู่ซอกเขา



ลกซุนก็คุมทหารไล่ติดตามขึ้นไปจะหักเข้าไปในเขา เตียวเปา เปาเตียวรบไว้ หักเข้าไปมิได้ก็ให้ล้อมวงอยู่เชิงเขา



ฝ่ายพระเจ้าเล่าปี่ขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเขาดูไปเห็นเพลิงยังติดอยู่แล้วคิดถึงทหารล้มตายเป็นอันมากก็ร้องไห้



การปรากฏขึ้นของหนังสือสามก๊กสำนวน วรรณไว พัธโนทัย เป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง ทำให้ความเข้าใจที่ว่ากระบวนการแปลของสามก๊กสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ดำเนินไปอย่างไร



เด่นชัดว่ามิได้เป็นการแปลอย่างชนิดคำต่อคำ ประโยคต่อประโยค



เด่นชัดว่าเป็นการแปลโดยผู้รู้ภาษาจีนจากนั้นจึงถ่ายทอดมาให้ผู้เรียบเรียงซึ่งเป็นผู้รู้ภาษาไทย กระบวนการจึงสะท้อนถึงการแปลอย่างพิเศษ



นั่นก็คือ แปลแบบ "เล่า"



ความเด่นชัดอย่างยิ่งก็คือ สำนวน วรรณไว พัธโนทัย ถ่ายทอดการเคลื่อนทัพของ ฝ่ายง่อตะวันออกแต่มิได้ระบุนามออกมา



ขณะที่สำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เน้นว่าทัพของ "ลกซุน"



กระบวนการของ วรรณไว พัธโนทัย จึงดำเนินไปในลักษณะอันเป็น "ภววิสัย" ขณะที่กระบวนการของ เจ้าพระยาพระคลัง (หน) สะท้อนลักษณะอันเป็น "อัตวิสัย" ทั้งในเชิงบอกเล่าและตีความ



เป็นการบอกเล่าเพื่อความ "กระจ่าง" มากยิ่งขึ้น เป็นการตีความเพื่อบ่งชี้การเลือกข้างว่าอยู่กับฝ่ายใดระหว่างจกก๊กกับง่อก๊ก



หากติดตามกระบวนการจัดทัพ กระบวนการเคลื่อนทัพ ก็จะมองเห็นในความแตกต่างระหว่าง 2 ทัพ อย่างเด่นชัดเป็นรูปธรรม



น่าสงสัยในความเข้าใจ "ขบวนศึก" ของเล่าปี่



ข้อพิเคราะห์ไม่ว่าจะมาจากพระเจ้าโจผี ประมุขแห่งวุยก๊ก ไม่ว่าจะมาจากขงเบ้ง สมุหนายกแห่งจกก๊ก ถือได้ว่าเป็นการวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาและเข้าประเด็น



ขอให้ติดตามการสัประยุทธ์ในแต่ละรายละเอียดต่อไป


หน้า 26



Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.