มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 554 คน
วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 8969 ข่าวสดรายวัน


ทัพวุยก๊ก เคลื่อน (90)


วิถีแห่งอำนาจ ลกซุน
เสถียร จันทิมาธร



ยุทธนิยายสามก๊กฉบับของหลอกวนจง "คาดหมาย" สถานการณ์ล่วงหน้าเอาไว้เสร็จสรรพ ไม่ว่าจะเป็นด้านของขงเบ้ง ไม่ว่าจะเป็นด้านของพระเจ้าโจผี



ขงเบ้งนั้นเมื่อม้าเลี้ยงนำเอาแผนที่การจัดตั้งค่ายของพระเจ้าเล่าปี่ให้ดู



เมื่อรู้ว่าทุกอย่างล้วนเป็นความคิดของพระเจ้าเล่าปี่ถึงกับถอนใจแล้วว่า "ราชบัลลังก์ฮั่นถึงกาลอวสานแน่แล้ว"



แต่ก็ให้ความหวังผ่านม้าเลี้ยงไปว่า "ลกซุนมิกล้ายกไล่ตามมาดอก ด้วยเกรงว่าทัพเมืองวุยจะเข้ามาตีข้างหลัง แลหากพระเจ้าเล่าปี่เสียทีจงให้ไปหลบพระองค์อยู่ที่เมืองเป๊กเต้ ก่อนเพราะเราได้จัดทหาร 10 หมื่นซุ่มไว้ที่เมืองอิปักโป้ เมืองจกคงจะรอดปลอดภัย"



ความมั่นใจ 1 ของขงเบ้งเป็นการสร้างสรรค์ขึ้นอย่างเพริศแพร้วพรรณรายโดย หลอกวนจงผ่านค่ายกลอย่างที่เรียกว่า "แผนผัง 8 รูป" ที่ตำบลอิปักโป้



ความมั่นใจ 1 ของขงเบ้งคือการตระเตรียมกองกำลังซุ่มอยู่โดยมีจูล่งเป็นผู้บังคับบัญชา



เจตนาของหลอกวนจงก็เพื่อเสริมส่งให้เห็นความเฉลียวฉลาดในลักษณะ "หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร" ของขงเบ้งเป็นสำคัญ



กระนั้น กระบวนการเดียวกันนี้พระเจ้าโจผีก็มองทะลุ



พระเจ้าโจผีพิเคราะห์ศึกที่เมืองอิเหลงได้อย่างชัดเจนตั้งแต่กองสอดแนมเอา เนื้อความมาทูลว่า ทัพเมืองจกตั้งค่ายเรียงรายยาวไป 700 กว่าลี้ แบ่งเป็น 40 ค่ายไปตั้งอยู่ในป่าเขา ถึงกับทรงพระสรวลแล้วว่า



"เล่าปี่จักต้องพ่ายแพ้แน่นอน"



เหตุผลเพราะ "เล่าปี่มิรู้ตำราพิชัยสงครามเลย ไฉนจึงตั้งค่ายยาวไปถึง 700 ลี้ แล้วจะสามารถต้านข้าศึกได้อย่างไร เอาทัพใหญ่ไปกระจัดกระจายในภูมิประเทศ ที่สลับซับซ้อนเช่นนั้นผิดตำราพิชัยสงครามนักแล เล่าปี่จึงต้องตกอยู่ในกำมือของ ลกซุน อีกไม่กี่วันข่าวนี้จะต้องมาถึงเราแน่แล"



จากนั้นพระเจ้าโจผีตรัสว่า



"หากลกซุนได้ชัยชนะแล้วจะต้องรีบยกทัพไปยึดเมืองจก แลหากมันยกไปยังแดนไกลเช่นนั้นในเมืองง่อผู้คนก็จะเบาบางลงเราควรฉวยโอกาสยกไปเมืองง่อทำทีว่าจะไป ช่วยรบ เราจงตระเตรียมกองทัพไว้ให้พร้อมจะ ยกไปเป็น 3 ทางเมืองง่อจะอยู่ในมือเราเป็นแน่"



นั่นคือที่มาของคำสั่งให้ โจหยินเป็นนายกองคุมทหารไปทางเมืองยูสู ให้โจฮิวคุมทหารไปทางเมืองต๋งเค้า ให้โจจิ๋นคุมทหารไปทางเมืองนำกุ๋น



แลตรัสว่า "ทั้ง 3 ทัพนี้จงนัดหมายวันรวมทัพกันแล้วลอบเข้ายึดเมืองง่อ"



ทั้งหมดนี้เป็นรายละเอียด "ก่อน" ทัพเมืองจกของพระเจ้าเล่าปี่จะถูกทัพเมืองง่อของลกซุนบดขยี้แหลกละเอียด



ถามว่าสถานการณ์ "ล่าสุด" เป็นอย่างไร



พระเจ้าโจผีรับสั่งถามกาเซี่ยงว่า "ซึ่งเราจะเอาแผ่นดินให้อยู่ในเงื้อมมือทั้งหมดนั้นควรกำจัดแคว้นจกหรือแคว้นง่อก่อน"



กาเซี่ยงทูลว่า



"อันเล่าปี่นั้นเป็นคนกล้ามีสติปัญญาแลยังได้ขงเบ้งมาช่วยราชการอีก ฝ่ายซุนกวนเมืองง่อนั้นเล่าเป็นคนรู้กาละและเทศะ ขณะนี้ลกซุนยึดครองจุดยุทธศาสตร์สำคัญไว้ได้หมดแล้วเห็นจะกำจัดได้โดยยาก ข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูแล้วเห็นว่านายทหารในทัพของเราหามีมือคู่ควรกับซุนกวนแลเล่าปี่ได้เลย แม้พระองค์จะเสด็จไปด้วยพระองค์เองก็ยังยากที่จะเอาความสำเร็จอันแน่นอนได้ เราจึงควรตั้งมั่นไว้ก่อนคอยให้เมืองจกกับเมืองง่อ ทำศึกกันให้เพลียเสียก่อนดีกว่า"



พระเจ้าโจผีตรัส "เราจะยกทัพเป็น 3 ทางเพื่อตีเมืองง่อแล้วมีเหตุผลอันใดที่เอาชัยมิได้เล่า"



เล่าหัวทูลว่า "ลกซุนเพิ่งทำลายทัพเมืองจกไป 70 หมื่นกำลังใจทหารกำลังพร้อมเพรียงยิ่งนัก แล้วยังยึดชัยภูมิตามน้ำเป็นที่ชอบกลจึงมิควรเข้าตีเลย ทั้งลกซุนก็เป็น ผู้มีกลอุบายนักจักต้องมีการตระเตรียมต่อสู้เป็นแน่"



พระเจ้าโจผี "แรกพวกท่านเกลี้ยกล่อมให้เรายกทัพไปครั้นมาบัดนี้ไฉนกลับมาทัดทาน"



เล่าหัวทูลว่า "กาลเวลาย่อมไม่เหมือนกัน แต่ก่อนเมืองง่อต้องเสียทีแก่เมืองจกตลอดมา เมืองง่อกำลังอ่อนโอกาสนั้นจึงควรเข้าตี แต่บัดนี้เมืองง่อกลับมีชัยชนะทุกด้านทหารมีกำลังใจเฟื่องฟูนักจึงมิควรเข้าตีเลย"



พระเจ้าโจผี "เราตัดสินใจแน่วแน่แล้วพวกท่านอย่ามาพูดกลับคำเลย"



ตรัสแล้วให้ทัพหลวงไปเร่งให้ 3 ทัพตีเข้าไป พอดีมีหน่วยสอดแนมมาทูลรายงานว่าทัพเมืองง่อเตรียมรบอยู่แล้ว ให้ลิห้อมมาตั้งทัพคอยต้านโจฮิว จูกัดกิ๋นนำทหารคอยสกัดโจจิ๋น จูหวนยกทหารคอยต้านทัพโจหยินอยู่ที่เมืองยูสู



เล่าหัวจึงว่า "ข้าศึกเตรียมการดังนี้แล้วจะยกไปตีหาควรไม่"



พระเจ้าโจผีไม่ฟังเสียง ตรัสสั่งให้ยกทัพต่อไป



เท่ากับแสดงว่าเสร็จศึกกับทัพเมืองจกมีแนวโน้มความเป็นไปได้ที่จะเริ่ม ศึกง่อก๊ก วุยก๊ก


หน้า 26



Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.