มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 507 คน
วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8877 ข่าวสดรายวัน


เผด็จศึก เซ็กเพ็ก (24)


วิถีแห่งอำนาจ ลกซุน
เสถียร จันทิมาธร



หลี่เฉวียน บรรยายในหนังสือประวัติศาสตร์จีนฉบับย่อตามสำนวนการแปลของ เขมณัฏฐ์ ทรัพย์เกษมชัย ว่า



เป็นไปอย่างที่จิวยี่คาดการณ์ไว้



กองทัพโจโฉไม่ชินกับดินฟ้าอากาศของภาคใต้ เกิดโรคระบาดขึ้นภายในกองทัพ เพียงแค่เริ่มประมือกันกองทัพโจโฉก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน จึงถอยร่นไปอยู่ที่ฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซี ตั้งทัพที่เมืองอูหลิน



คุมเชิงกับกองทัพซุนกวนอยู่คนละฟากฝั่งแม่น้ำ



และเพื่อลดการโคลงของเรือรบ พิชิตจุดอ่อนของชาวเหนือที่ไม่เคยชินกับการทำสงครามยุทธนาวี โจโฉจึงสั่งให้นำโซ่เหล็กมาโยงเรือรบเข้าไว้ด้วยกัน



อุยกาย ผู้นำทหารของจิวยี่พุ่งเป้าไปยังจุดอ่อนของกองทัพโจโฉที่ "โยงเรือเข้าไว้ด้วยกัน" ซึ่งทำให้การเคลื่อนตัวเป็นไปได้ช้า จึงเสนอให้ใช้ไฟบุกโจมตีและจิวยี่ก็ยอมรับข้อเสนอของเขา



อุยกายเขียนจดหมายถึงโจโฉมีเนื้อความว่า



"ท่านมีกำลังทหารนับล้านนาย เหล่าทหารของกังตั๋งล้วนรู้ดีว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่าน มีเพียงจิวยี่และโลซกเท่านั้นที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ บีบบังคับให้ทุกคนมาสู้รบกับท่าน ข้าน้อยนั้นยอมสวามิภักดิ์ต่อท่านด้วยความจริงใจ มีความตั้งใจที่จะใช้ความสะดวกของการเป็นกองหน้าดำเนินการตามจังหวะและโอกาสเข้าช่วยเหลือให้ท่านได้รับชัยชนะ"



โจโฉปักใจเชื่อว่าการยอมจำนนของอุยกายนั้นเป็นเรื่องน่าเชื่อถือตามที่ตนเองได้วิเคราะห์สถานการณ์



แล้วสถานการณ์ "จริง" ดำเนินไปอย่างไร



อุยกายเตรียมเรือใหญ่จำนวน 10 ลำบรรทุกต้นกกแห้งและฟืนที่ราดน้ำมันแล้วคลุมด้วยผ้าใบ ขณะเดียวกัน ก็เตรียมเรือลำเล็กที่เบาและว่องไวผูกติดไว้ที่หลังเรือใหญ่เพื่อสะดวกต่อการหลบหนีหลังจากจุดไฟ



ในเวลานั้นตรงกับช่วงที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้พัดมาพอดี



เมื่อเรือไปถึงกลางแม่น้ำใบเรือก็ติดลมแล่นไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงจุดที่อยู่ห่างจากกองทัพโจโฉประมาณ 2 ลี้ ก็จุดไฟขึ้นพร้อมกัน



เรือไฟทั้ง 10 ลำพุ่งตรงไปยังกองทัพของโจโฉราวกับธนู



เรือของโจโฉกลายเป็นทะเลเพลิงในชั่วพริบตา ลมแรงพัดโหมไปจนค่ายทหารที่อยู่บนฝั่งก็ติดไฟขึ้นมา กองทัพพันธมิตรของซุนกวนและเล่าปี่ที่อยู่ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำก็ฉวยโอกาสได้เปรียบบุกเข้าโจมตี



กองทัพโจโฉรับมือไม่ทัน แตกพ่ายไม่เป็นขบวน ทหารถูกไฟคลอกและจมน้ำตายเป็นจำนวนมากนับไม่ถ้วน



โจโฉนำกองทัพที่พ่ายแพ้ยับเยินกลับไปเมืองเจียงหลิง อย่างหมดสภาพ โดยใช้ทางบกเดินผ่านถนนหัวหรง กองทัพพันธมิตรของซุนกวนและเล่าปี่ก็รีบเดินทัพมาปิดล้อมเมืองเจียงหลิงไว้ โจโฉนั้นไม่มีกะจิตกะใจจะนึกถึงเรื่องสู้รบ



จึงยอมสละเมืองเจียงหลิงแล้วกลับไปอยู่ที่บริเวณเมืองเซียงหยางและฝานเฉิง



จากนี้จึงเห็นได้ว่าที่ยุทธนิยายสามก๊กบรรยายว่า จิวยี่เชิญขงเบ้งเข้าไปในค่ายเพื่อเสพสุราแล้วปรารภขึ้นว่า



"ข้าพเจ้าคิดอุบายได้อย่างหนึ่งแต่ไม่แน่ใจว่าจะดีหรือไม่"



ขงเบ้งพูดว่า "ขอท่านแม่ทัพอย่าเพิ่งบอกว่าเป็นอุบายอะไรเลยเราจงเขียนลงในฝ่ามือแล้วแบให้กันดูว่าเราจะคิดตรงกันหรือไม่"



จิวยี่เห็นด้วยจึงให้เรียกเอาพู่กันและแท่งหมึกมาเขียนอักษรลงในฝ่ามือ



จิวยี่เขียนก่อน ขงเบ้งเขียนทีหลัง แล้วทั้ง 2 ฝ่ายก็ขยับเก้าอี้เข้าใกล้กันพลางแบมือให้ดูแล้วทั้ง 2 คนก็หัวเราะลั่น เพราะในฝ่ามือของจิวยี่เขียนอักษรไว้ตัวหนึ่ง คือคำว่า "ไฟ"



และขงเบ้งก็เขียนคำว่า "ไฟ" ไว้เช่นเดียวกัน



เป็นเรื่องที่หลอกวนจงเสกปั้นขึ้นอย่างมากสีสัน เพราะแท้จริงแล้ว แนวคิดเรื่อง "ไฟ" มาจากสมองก้อนโตของอุยกายเป็นเรื่องระหว่างอุยกายกับจิวยี่ เป็นเรื่องของทัพง่อก๊ก



หลอกวนจงบรรยายในตอนนี้ไว้อย่างมากด้วยเงื่อนงำ เมื่อเสพสุรากันพอประมาณแล้วทั้ง 2 ฝ่ายก็กระทำคำนับอำลาซึ่งกันและกัน



บรรดาขุนนางทั้งนั้นหารู้แจ้งอุบายที่ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันไม่



ไม่เพียงแต่การใช้ "ไฟ" จะมิได้มาจากขงเบ้ง หากมาจากอุยกายเสนอต่อแม่ทัพใหญ่จิวยี่ หากเรื่องที่หลอกวนจงสร้างจุดเด่นให้กับบังทองในเรื่องหลอกโจโฉให้โยงเรือเข้าด้วยกัน



ก็มิใช่



แท้จริงแล้ว ความคิดในการนำเรือรบมาผูกโยงเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นของ โจโฉบนพื้นฐานที่ทหารส่วนใหญ่มาจากภาคเหนือ ไม่สันทัดทางน้ำ



และต้องการให้เคลื่อนทัพดำเนินไปอย่างเป็นเอกภาพ เข้มแข็ง


หน้า 26



Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.