มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 7249 คน
วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6983 ข่าวสดรายวัน


พลเอกดักลาส แมกอาร์เธอร์


รู้ไปโม้ด
nachart@yahoo.com



อยากทราบประวัตินายพลแมกอาร์เธอร์ ผู้นำกองกำลังทหารสหรัฐอเมริกาในสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยครับ ขอบคุณครับ

เด็กหงส์แดง

ตอบ เด็กหงส์แดง


พลเอกดักลาส แมกอาร์เธอร์ (Douglas MacArthur) เกิด 26 มกราคม พ.ศ.2423 ณ ลิตเติลร็อก รัฐอาร์คันซอ ปู่ชาวไอริชเป็นทหารรุ่นสร้างชาติอเมริกา ส่วนนายพลอาร์เธอร์ เป็นผู้สำเร็จราชการและผู้บัญชาการทหารบกในฟิลิปปินส์ เขาแต่งงานกับ แมรี่ ฮาร์ดี้ ให้กำเนิด "ดักลาส แมกอาร์เธอร์" ซึ่งตามรอยบิดา เข้าโรงเรียนนายร้อยทหารบกเวสต์ปอยต์ จบเกียรตินิยมเมื่ออายุ 23 ติดยศร้อยตรีไปประจำกองทหารช่างที่ฟิลิปปินส์ ปีถัดมาในยศร้อยโท เขาติดตามบิดาซึ่งเป็นผู้สังเกตการณ์ประจำกองทัพญี่ปุ่นในแมนจูเรียระหว่างสงครามญี่ปุ่น-รัสเซีย ได้มาทั้งความรู้ความชำนาญทางทหาร เสร็จภารกิจ ได้รับแต่งตั้งเป็นคนสนิทของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เลื่อนยศเป็นร้อยเอก

สงครามโลกครั้งที่ 1 แมกอาร์เธอร์ได้รับเลือกมาช่วยในฐานะผู้ชำนาญการรบในต่างประเทศ เขาจัดตั้งและเป็นผู้บัญชาการ "กองพลสายรุ้ง" โดยคัดเลือกทหารที่มีความสามารถและองอาจกล้าหาญมารับการอบรมพิเศษเป็นหน่วยจู่โจม พร้อมได้เลื่อนยศจากพันตรีเป็นพันเอก จากภารกิจในยุโรปเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ครั้ง ได้รับเหรียญกล้าหาญทั้งจากสหรัฐ และประเทศพันธมิตร และเลื่อนยศเป็นนายพลจัตวาเมื่ออายุ 38 ปี เป็นนายพลที่อายุ น้อยที่สุด ต่อมา 2 ปี เป็นผู้บัญชาการเวสต์ปอยต์



ดักลาส แมกอาร์เธอร์ได้เป็นผู้สำเร็จราชการฟิลิปปินส์ ตำแหน่งเดียวกับที่พ่อเคยเป็น และเป็นเสนาธิการทหารบก ติดยศพลเอกเมื่ออายุ 50 ปี เขาลาออกใน 7 ปีต่อมา แต่เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ มีคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการ แต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการในตะวันออกไกล ช่วงชิงพื้นที่แปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้ และเมื่อญี่ปุ่นยึดกรุงมะนิลาได้ ถ้อยวลีที่แมกอาร์เธอร์กล่าวแก่ชาวฟิลิปปินส์ระหว่างถอยทัพคือ "ข้าพเจ้าจะกลับมา" (I Shall Return) และเมื่อกลับมาจากตั้งหลักที่ออสเตรเลีย เขาประกาศขณะลุยน้ำลงจากเรือที่อ่าวเลย์เต "ข้าพเจ้ากลับมาแล้ว" (I Have Returned) เมื่อ 20 ตุลาคม 2487 ภาพถ่ายวันนั้นเป็นภาพข่าวสงครามที่ดีที่สุดภาพหนึ่ง

พลเอกแมกอาร์เธอร์เป็นผู้รับการประกาศยอมแพ้อย่างเป็นทางการของญี่ปุ่น จากที่เขามีเชื้อสายของนาวาเอก(พิเศษ) แมทธิว คราวเรต เพอรี่ ผู้เคยบีบให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศใน พ.ศ.2397 เขาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการยึดครองประเทศญี่ปุ่น จัดให้มีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำหนดให้สมเด็จพระจักรพรรดิอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและห้ามมีกองกำลังทหาร ให้สตรีมีสิทธิเลือกตั้ง ปล่อยนักโทษการเมือง ให้เสรีภาพกรรมกรเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำให้ญี่ปุ่นมุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เขาเป็นที่รักของชาวญี่ปุ่น

พ.ศ.2493 แมกอาร์เธอร์ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังสหประชาชาติในสงครามเกาหลี เกือบจะสามารถเอาชนะเกาหลีเหนือ แต่ถูกปลดออกจากหน้าที่ เนื่องจากเตรียมบุกประเทศ จีนและเสนอให้ใช้ระเบิดปรมาณูกับจีนซึ่งสนับสนุนเกาหลีเหนือ เป็นการพยายามฝ่าฝืนคำสั่งประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน วันที่ 11 เมษายน 2494 จึงมีคำสั่งทางโทรเลขถึงแมกอาร์เธอร์ "ให้ท่านพ้นจากทุกตำแหน่งเดี๋ยวนี้" นั่นหมายถึงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารพันธมิตรผู้ยึดครองญี่ปุ่น ผู้บัญชาการทหารสหประชาชาติในเกาหลี ผู้บัญชาการทหารอเมริกันในภาคตะวันออกไกล สิ้นสุดอาชีพทหารเมื่ออายุ 71 ปี ผ่านศึกเป็นวีรบุรุษสงคราม 3 สมัย

ช่วงสุดท้ายของชีวิตเขาไม่มีแม้บ้านของตัวเอง อาศัยเช่าโรงแรม ในนิวยอร์กอยู่กับภรรยา เขาเริ่มล้มป่วยเมื่อ 6 มีนาคม 2507 ผ่านการผ่าตัดรักษาโรค 3 ครั้ง แต่ที่สุด 6 เมษายน ปีเดียวกัน ดักลาส แมกอาร์เธอร์ เสียชีวิต ณ โรงพยาบาลทหารบกวอลเตอรีด กรุงวอชิงตัน ดีซี


หน้า 24



Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.